ม่ถูกขึ้นมา“ข้ารู้แล้ว………..พวกเจ้าคงจะถูกนักพรตหน้าเหม็นคนนั้นหลอกให้มาสังหารข้าสินะ………….”อสูรผีเสื้อสาวรู้จุดประสงค์ของพวกเขาอย่างไม่คาดคิด“หลอกให้พวกข้าเข้ามา?”อู๋ชิงเย่เลิกคิ้วในทันที “เจ้าอสูร ทำไมเจ้าถึงได้พูดแบบนั้น?”“หึๆ ……”อสูรผีเสื้อสาวหัวเราะออกมาด้วยความขื่นขม รอยยิ้มของเธอดูเจ็บปวดเป็นอย่างมาก“ก่อนที่พวกเจ้าจะสังหารข้า พวกเจ้าช่วยรับฟังเรื่องราวของข้าก่อนได้หรือไม่?”ยังต้องรับฟังเรื่องราวอีกเหรอ?ฉินเฉาตกตะลึงไปในทันที“มะ ไม่ได้นะ!”คราวนี้ปู้จิงเทียนสะดุ้งโหยง แล้วตะโกนขึ้นมาอย่างกะทันหัน“พวกเราเหลือเวลากันอีกไม่มากแล้ว นอกจากนี้ผู้อาวุโสคนนั้นก็ยังบอกอีกว่า อสูรตนนี้เชี่ยวชาญเรื่องการปั่นป่วนจิตใจของคนอื่น พวกเจ้าจะถูกเธอล่อลวงไม่ได้นะ ฆ่าเธอไปเลยเถอะ!”“ไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ใช้เวลามากนักหรอก”อสูรผีเสื้อถอนหายใจออกมาเบาๆ “ข้าถูกขังอยู่ในหอคอยแห่งนี้มาสี่พันปีแล้ว ในช่วงเวลาสี่พันปีนี้ ไม่เคยมีใครเข้ามาในค่ายกลวิหคแดงมาก่อนเลย นอกเสียจากหยางเทวะของนักพรตหน้าเหม็นผู้นั้น”“โอ้ ผู้อาวุโสที่อยู่หน้าประตูเคยเข้ามาหาเจ้าที่นี่งั้นเหรอ?”อู๋ชิงเย่สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างขึ้นมารางๆ“ใช่ เขามาที่นี่ แต่หอคอยสกัดกลั่นมารแห่งนี้มีม่านพลัง ที่ห้ามไม่ให้ศิษย์คนใดของสำนักเฟิงสุ่ยเข้าไปในหอคอยและจะถูกม่านพลังนี้ขวางกั้นเอาไว้ หากจะเข้ามาก็จะต้องถอดร่างหยางเทวะออกมาจากร่างเท่านั้น แต่เมื่อร