ทั้งสามคนรวมไปถึงปู้จิงเทียน เดินต่อไปรอบๆ หอคอยสกัดกลั่นมารเสียงคำรามอันแปลกประหลาดดังก้องเข้ามาในหูอยู่เรื่อยๆ“สะ เสียงร้องแปลกๆ นี่มันอะไรกัน……………”ปู้จิงเทียนเดินตัวสั่นอยู่ด้านหลังทั้งสามคน ท่าทีอวดดีที่มีในยามปกติ ตอนนี้กลับดูไม่ต่างอะไรไปจากกระต่ายที่กำลังตกใจกลัว“ขี้ขลาดเสียจริง”อู๋ชิงเย่เบ้ปากอย่างอดไม่ได้หมอนี่จะอ่อนแอเป็นน˺าเกินไปแล้ว ฉินเฉาก็ถอนหายใจออกมาเช่นกัน“คะ ใครว่าข้าขี้ขลาด!”ปู้จิงเทียนตะโกนสวนกลับมาในทันที “ขะ ข้าก็แค่กังวลเท่านั้น ที่นี่คือหอคอยสกัดกลั่นมารนะ ใครจะไปรู้ว่าเสียงที่น่ากลัวแบบนั้นดังออกมาจากไหน ถึงพวกเจ้าจะอยากไปรนหาที่ตาย ข้าก็ไม่อยากไปด้วยหรอก!”“งั้นนายก็ไปซะสิ ใครห้ามนายเอาไว้ล่ะ?”ฉินเฉาหันหน้ากลับมามองเขา “พวกเราไม่ได้บังคับนายให้อยู่ที่นี่สักหน่อย ถ้านายคิดว่าออกไปข้างนอกแล้วจะปลอดภัย พวกเราก็จะช่วยส่งนายออกไปให้เอง”เขายื่นมือข้างหนึ่ง แล้วกล่าวออกมา“ขะ ข้ากำลังหมายความว่า………….ให้พวกเจ้าระวังตัวกันให้มากกว่านี้ต่างหาก…………..”ปู้จิงเทียนเต็มใจที่จะไปข้างนอกเสียที่ไหน? ข้างนอกนั่นอันตรายกว่าเห็นๆ มีอสูรระดับต˹าขั้นกลางที่ล้อมวงกันอยู่ข้างนอก และรอคอยให้เขาตายอยู่ไม่รู้ตั้งเท่าไหร่เมื่อไตร่ตรองดูแล้ว เขาจึงต้องเดินตามหลังพวกฉินเฉาไปอย่างเชื่อฟังนี่เป็นหนทางที่เหมาะสมที่สุดแล้วถึงจะถูกเยาะเย้ยก็ให้เยาะเย้ยไปสิ ในเมื่อมันไม่มีหนทางอื่นแล้วนี่แต่ควา