จะไปยึดครองสำนักจักรวรรดิอสูรก่อน…………”“เพราะแบบนี้ เจ้าถึงได้มาที่สำนักสวรรค์เร้นลับของพวกเราสินะ………..”น˺าเสียงของอู๋ชิงเย่ฟังดูไม่พอใจเล็กน้อย“ตอนแรกมันก็ใช่…………ฉันยอมรับว่าฉันมันน่ารังเกียจมาก แต่มันเป็นเพราะว่าฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ ………….เพราะแบบนั้นฉันถึงได้ดูถูกตัวเองมากยังไงล่ะ”“ช่างเถอะ ถึงยังไงไม้ก็กลายเป็นเรือไปแล้ว………….”“เฮ้ๆ ใช้สำนวนนี้ มันจะเกินไปหน่อยไหม………..”“ฮึ่ม!”อู๋ชิงเย่พ่นลมหายใจออกมา ก่อนที่จะกล่าวว่า “งั้นตอนนี้เจ้าคิดจะทำอะไรต่อไปล่ะ?”“กุ่ยหมู่จากสำนักราชันย์ภูตกำลังจะโจมตีเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ของสำนักเฟิงสุ่ย ก่อนที่เรื่องนั้นจะเกิดขึ้น ฉันคิดว่าจะลอบเข้าไปในสำนักเฟิงสุ่ย ถ้าปกป้องเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์เอาไว้ได้ก็จะทำ แต่ถึงจะปกป้องไม่ได้ ฉันก็จะผูกสำนักเฟิงสุ่ยให้ติดกับรถศึกของฉันอยู่ดี”“ความคิดของเจ้ามันไม่ใช่เรื่องดีจริงๆ ด้วย………”อู๋ชิงเย่จ้องมองฉินเฉาด้วยสายตาดูถูก “ถ้าอย่างนั้น เจ้าคิดว่าจะลอบเข้าไปในสำนักเฟิงสุ่ยได้ยังไง?”“ฉันยังไม่รู้เลย……….”ฉินเฉากล่าวออกมาด้วยความกังวล “ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ฉันเอาแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องของสำนักสวรรค์เร้นลับ จะไปคิดถึงเรื่องสำนักเฟิงสุ่ยได้ยังไง?”ฉินเฉากล่าว พร้อมกับเคาะหัวของตัวเอง “ในอีกไม่กี่วัน สำนักราชันย์ภูตก็จะโจมตีสำนักเฟิงสุ่ย ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าหัวจะระเบิดได้อยู่แล้ว”“ฮิๆ งั้นก็ถึงเวลาของข้าแล้วน่ะสิ”จู่ๆ อู