อด เอ่ยถามออกมา“ฉันบอกได้แค่ว่า…………ฉันไม่มีความคิดที่จะแย่งชิงสมบัติของสำนักสวรรค์เร้นลับของพวกเธอเลย”ฉินเฉาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาคิดว่าเขาควรจะคลี่คลายเรื่องนี้เลยดีกว่าไม่อย่างนั้น เธออาจจะเข้าใจผิดแบบนี้ตลอดไปเลยก็ได้“เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย!”อู๋ชิงเย่กัดริมฝีปากของตัวเอง“เธอจะฟังคนอื่นเขาอธิบายหน่อยไม่ได้หรือไง?”ฉินเฉาขมวดคิ้วมุ่น “ถ้าฉันมีความคิดที่จะเอาแผ่นอักษรหยกของพวกเธอไปจริงๆ ฉันก็คงจะเอาไปตั้งนานแล้ว คนที่คิดจะชิงแผ่นอักษรหยกของพวกเธอไปมันไม่ใช่ฉัน แต่เป็นคนอื่น”“เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเจ้าเหรอ?”“จะเชื่อหรือไม่เชื่อมันก็แล้วแต่เธอ ฉันก็แค่จะบอกในสิ่งที่ฉันรู้เท่านั้น ฉันไปหยุดคนคนนั้นมา เขาได้รับบาดเจ็บจากการลอบโจมตีของฉัน ส่วนคนคนนั้นจะเป็นใคร ถ้าเธออยากรู้ ฉันก็จะบอกเธอ”“ทำไมข้าถึงต้องเชื่อคำพูดของเจ้าด้วย?”“เพราะว่าสิ่งที่ฉันพูดคือความจริง ถ้าเธอใส่ใจแผ่นอักษรหยกของเธอจริงๆ เธอก็ควรที่จะเคารพความจริงนี้เอาไว้จะดีกว่า ไม่อย่างนั้นผลที่ตามมา มันอาจจะเป็นหายนะก็ได้”“…………”อู๋ชิงเย่นิ่งเงียบไปชั่วขณะ“คนคนนั้นเป็นใคร?”“เธอเดาไม่ออกจริงๆ เหรอ?”ฉินเฉาหัวเราะหึๆ ออกมา “วันนี้ฉันได้ทดสอบหมอนั่นบนเรือโดยสารไปแล้ว”“เจ้ากำลังจะบอกว่า………..”อู๋ชิงเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่ในใจของเธอกลับเชื่อคำพูดของฉินสือเอ้อมันเป็นเพราะอะไร………เธอก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันแต่เธอรู