ออกเรือกัน”สาวใช้กล่าวออกมา ก่อนที่จะเริ่มพายเรือ เรือลำเล็กจึงค่อยๆเคลื่อนที่ไปข้างหน้า มุ่งหน้าไปยังสำนักสวรรค์เร้นลับที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของทะเลสาบ“ถึงพวกเจ้าจะขึ้นเรือมาได้แล้ว ก็เปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ดี”หวังจิ่วอีจ้องมองคนที่อยู่บนเรือเดียวกันด้วยสายตาเหยียดหยามพร้อมกับกล่าวออกมา“อู๋ชิงเย่จะต้องพ่ายแพ้ให้กับข้าอย่างแน่นอน พวกเจ้าควรจะมีไหวพริบกันซะบ้าง ถอยออกไปตั้งแต่ตอนนี้ จะได้ไม่ต้องเสียหน้ายังไงล่ะ”“หึๆ คุณชายหวังช่างมั่นใจในตัวเองเหลือเกิน”เฉินจุนอี้กล่าวขึ้นมาด้วยสีหน้ามืดครึ้ม “เป้าหยู ลูกน้องของเจ้านั้นแบกภาระหนักเกินไปหน่อย น่าเสียดายที่ตอนขึ้นไปบนสนามประลองเจ้าจะต้องขึ้นไปต่อสู้กับเจ้าสำนักอู๋ด้วยตัวเอง หรือว่าสำนักจักรวรรดิอสูรของเจ้าจะเริ่มควบคุมคนให้กลายเป็นอสูรแล้วล่ะ?”“เหอะ! เมื่อถึงเวลานั้น เดี๋ยวเจ้าก็จะได้เห็นเอง!”สีหน้าของหวังจิ่วอีกลายเป็นสีเขียวคล˺าไปในทันที เขาถลึงตามองเฉินจุนอี้ แล้วกล่าวออกมาฉินเฉาคิดในใจ ผู้สืบทอดกระบี่หัวใจมารคนนี้ สามารถยั่วยุจุดอ่อนของคนอื่นได้จริงๆ งั้นเหรอ?เดี๋ยวก่อนสิ………….ทันใดนั้นเอง ฉินเฉาก็ตระหนักได้ถึงบางอย่างผู้สืบทอดกระบี่หัวใจมารคนนี้ บอกว่าตัวเองสามารถมองทะลุเข้าไปถึงจิตมารของฝ่ายตรงข้ามได้แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาน่าจะมองทะลุเข้าไปถึงความหวาดกลัวภายในจิตใจของอีกฝ่ายได้มากกว่าหากฝ่ายตรงข้ามมีสิ่งที่หวาดกลัวอยู่ภายในใจ