คำพูดของหวังจิ่วอีช่างยั่วโมโหคนได้ดีจริงๆไม่ใช่เพียงแค่ฉินเฉาเท่านั้นที่รู้สึกหงุดหงิด คนอื่นๆ ที่มาเข้าร่วมการประลองต่างก็มีสีหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยแต่พวกเขาทำได้แค่จ้องมองหวังจิ่วอีด้วยสายตามืดมนเท่านั้น ไม่มีใครหาญกล้าออกมาพูดอะไรดูเหมือนว่าหวังจิ่วอีจะมีสถานะที่ไม่ต˹าต้อยเลย ยิ่งเหล่าผู้คุ้มกันที่อยู่ข้างๆ เขา แต่ละคนต่างมีร่างกายกำยำสูงใหญ่ ทักษะเป็นเลิศ แล้วแบบนี้ใครเล่าที่จะกล้าออกไปยั่วยุ?หึๆ ใครใช้ให้ชายคนนี้เกิดมาในตระกูลที่ทรงอิทธิพลของสำนักจักรสวรรค์อสูรล่ะ? เรื่องนี้มีแต่จะต้องยอมรับเท่านั้นแต่นักพรตฮวาเจียนกลับหัวเราะออกมา ราวกับว่าไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อยนักพรตคนนี้สติไม่ดีหรือไง?“คุณชายหวัง ข้าว่าคราวที่แล้วท่านก็พูดจาแบบนี้ในศาลาเฉิงเฟิงเหมือนกัน นักพรตฮวาเจียนผู้นี้อาจจะไม่เก่งในเรื่องอื่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังความจำดี”“เหอะ คราวที่แล้วข้าประมาทไปหน่อยเท่านั้น แต่ว่าคราวนี้หวังจิ่วอีผู้นี้จะต้องเอาชนะอู๋ชิงเย่ให้ได้!”“ใช่แล้วล่ะ พลังของคุณชายหวังนั้นไร้เทียมทานที่สุด!”นักพรตฮวาเจียนไม่ได้กล่าวปฏิเสธคำเยินยอที่ไร้สาระเหล่านี้ฝ่ายฉินเฉานั้นคิดในใจ ดูเหมือนว่านักพรตคนนี้จะไม่ได้มาหาภรรยาไปแต่งงานด้วย แต่ว่าเขามาร่วมสนุกเพื่อที่จะขายของในเวลาว่างมากกว่าเจ้าหมอนี่ดูเป็นคนตลกไม่เลวแต่ว่าหวังจิ่วอีคนนี้ เป็นคนที่มีคุณธรรมพอๆ กับอู๋ชิงชิว น้องชายของอู๋ชิงเย่เลยหากทั้งคู่ได้พบกั