ในการต่อสู้ ร่ายรำขยับมือเท้าต่อต้านการโจมตีของเอ้อหลางเสินทั้งสองคนฉินเฉาไม่กล้าปลดปล่อยร่างอวตารของตัวเองออกมาสู้รบด้วย ร่างอวตารหุ่นเชิดปีศาจทั้งเก้าตนของเขาฝึกฝนมาด้วยความยากลำบากมันถือว่าเป็นอาวุธในการโจมตีของเขาเขาไม่อยากให้เอ้อหลางเสินทำลายมันหากยังตัวสั่นเทิ้มอยู่แบบนี้ ร่างอวตารนับว่าไม่เหมาะสมเมื่อต้องปะทะกับการโจมตีของเอ้อหลางเสินถึงสองคน เพียงไม่นาน ฉินเฉาก็ไม่สามารถรับมืออีกฝ่ายได้ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง! เกราะเก้ามังกรของเขาต้องรับการโจมตีถึงหลายครั้งยิ่งเอ้อหลางเสินปลดปล่อยพลังออกมาจากดวงตาที่สามก็ยิ่งแล้วใหญ่ลำแสงทำลายล้างสีขาวนี้ ทำให้เกราะเก้ามังกรและพระสูตรหัวใจเพชรต้องรับภาระหนักมากจริงๆ“ข้าบอกแล้วไงว่าเอ้อหลางเสินแข็งแกร่งมาก”ในเวลานี้หลัวเนี่ยได้โผล่ออกมาพูดจาเย้ยหยันอีกครั้ง“เจ้าประเมินพลังของศัตรูต˹าเกินไป หากเป็นแบบนี้ เจ้าอาจจะต้องพ่ายแพ้ก็ได้”“บัดซบ! ตาแก่หน้าเหม็น โผล่หัวออกมาเพื่อมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นหรือไง!”“เฮ้ๆๆ จะทำแบบนั้นได้ยังไง? ถึงยังไงพวกเราก็อยู่ฝั่งเดียวกันนะเอาล่ะ ใช้จิตมารผสานร่างของเจ้าเลยสิ หลังจากที่เจ้าสวมเกราะเก้ามังกร เจ้าก็จะสามารถใช้พลังของจิตมารผสานร่างได้อย่างเต็มที่ ในเมื่ออีกฝ่ายใช้จิตมารแบบนี้แล้ว เจ้าจะหลบซ่อนได้ยังไง?”“อืม………..”ฉินเฉาต้องการที่จะเก็บงำไพ่ตายเอาไว้ แต่หากไม่ใช่จิตมารผสานร่างในตอนนี้ เกรงว่าจะแย่แน่พลังของจ