ยวซ้ายเลี้ยวขวาอยู่หลายรอบ จนกระทั่งเมื่อเดินผ่านบ้านหลังหนึ่ง เหลียวซาซาที่เห็นท่าไม่ดีก็เอ่ยถามขึ้นมา“นายจะพาฉันไปไหน?”เหลียวซาซารีบเอ่ยถามขึ้นมา“คุณหนูเหลียว เชิญทางนี้ครับ”เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดจากับเหลียวซาซาด้วยความสุภาพ และไม่ได้แสดงท่าทีมุ่งร้ายต่อเธอตั้งแต่ต้นเขาเปิดประตูที่อยู่ข้างตัว เพื่อให้เหลียวซาซาเดินเข้าไปข้างในในขณะเดียวกันก็ปลดกุญแจมือทั้งสองข้างให้กับเธอเหลียวซาซาขยับข้อมือของตัวเอง เธอรู้สึกสับสนขึ้นมาว่าตำรวจนายนี้ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่“คุณหนูเหลียว ในที่สุดก็ได้พบคุณสักที”สาวสวยที่มีเสน่ห์ราวกับจิ้งจอก ลุกขึ้นมาจากโซฟาฝั่งตรงข้ามผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ แล้วพูดกับเหลียวซาซาด้วยภาษาจีนอันคล่องแคล่ว “ได้เห็นว่าคุณยังปลอดภัย เป่ยอิงก็โล่งใจขึ้นมาได้แล้ว”“เธอเป็นใคร?”เหลียวซาซายังคงมีท่าทีระแวดระวัง เธอจ้องอันชิงเป่ยอิง แล้วเอ่ยถามออกมา“ใช่แล้ว ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเองเลย”อันชิงเป่ยอิงคลี่ยิ้มออกมา “สวัสดีค่ะคุณหนู ฉันคืออันชิงเป่ยอิงเป็นผู้แทนของตระกูลอันชิง ส่วนท่านผู้นำตระกูลที่แท้จริงของพวกเราก็คือเพื่อนของคุณ ท่านฉินเฉายังไงล่ะ”“ฉินเฉาเหรอ!”เมื่อได้ยินชื่อนี้ เหลียวซาซาก็รู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาทันทีราวกับว่าเธออดทนมานานเกินไป ในที่สุดก็สามารถปลดปล่อยความรู้สึกและความเศร้าออกมาได้เสียทีแต่ไม่ได้ ที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด เหลียวซาซา เธอเป็นคุณหนูของตระกูลเหลียว เธอห้า