เขาก็แทบจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที
เขาควรจะคิดได้ตั้งนานแล้วว่า แม้แต่พี่น้องตระกูลเจียงต่างก็ถูกพาตัวมาที่นี่ แสดงว่าลูกน้องของเขาก็ต้องถูกหานชิงอวี่จับได้คาหนังคาเขาแน่ ๆ
น่าเสียดายที่เมื่อวานเขามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับแสงแห่งชัยชนะ
แม้ว่าวันนี้จะได้เห็นหานชิงอวี่มาที่นี่ แต่เขาก็ยังไม่มีเวลานึกถึงรายละเอียดบางอย่าง
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงหลงกลอุบายของหานชิงอวี่อย่างไม่ทันตั้งตัว
“คนกลุ่มนี้คือคนที่เฝิงเว๋ยส่งมาจับพวกเรา พวกเขาสามารถพิสูจน์ได้ว่า จริง ๆ แล้วเฝิงเว๋ย ตั้งใจจะกำจัดพวกเราพี่น้องทั้งสองมานานแล้ว”
“เขามองฉันเป็นเสี้ยนหนามในใจ เป็นหอกข้างแคร่ แต่ตอนนี้กลับเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนดี”
“อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แค่ตัวฉันคนเดียวก็ไม่เชื่อแล้ว!”
เมื่อเจียงหวู่ได้เห็นคนกลุ่มนี้ ความแค้นที่อยู่ในใจก็ระเบิดออกมา
แม้แต่คำว่า ‘คุณเฝิง’ ที่เพิ่งพูดออกไป ก็ถูกแทนที่ด้วย ‘เฝิงเว๋ย’ ไปเสียแล้ว
ตอนนี้เขาไม่สนใจเรื่องหน้าตาหรือเกียรติยศ แต่กลับพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาตรง ๆ และเริ่มจะกล่าวหาเฝิงเว๋ยอย่างตรงไปตรงมา
สีหน้าคุณพ่อของโจวลู่หม่นหมองลงในทันที
เพราะหลักฐานที่หานชิงอวี่เตรียมมานั้นมีมากมาย จนไม่สามารถปฏิเสธได้เลย
หากมีหลักฐานมาวางอยู่ตรงหน้าแล้วเขายังไม่เชื่อ นั่นก็แปลว่า เขาไม่คู่ควรที่จะบริหารจัดการโหยวเหว่ย กรุ๊ป มาเป็นเวลานานขนาดนี้
เขาหันมาพูดกับเฝิงเว๋ยด้วยสีหน้าเย็นชา
“เสี่ยวเฝิง สิ่งที่เขาเ