ารฝึกตนของเจ้าอยู่ในขั้นครึ่งเซียนแท้ ๆ”ในที่สุดหานหยู่เจ๋อก็ถามคำถามที่อยู่ในใจออกมา “แต่ทำไมเจ้าถึงสามารถต่อกรกับเซียนทองคำอย่างข้าได้ล่ะ?”“นั่นเป็นเพราะว่า พลังในการฝึกตนของฉันอยู่ในระดับที่สูงกว่าพลังเซียน”ฉินเฉาหัวเราะ แล้วยื่นมือข้างหนึ่งออกไป “คราวนี้ฉันจะไม่ออมมือแล้ว”กระบี่ปทุมพิสุทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏอยู่บนท้องฟ้าอย่างเนืองแน่น“กระบี่คนรวมเป็นหนึ่ง พลังของฉันคือพลังของอาร์ติแฟค และพลังของอาร์ติแฟคก็คือพลังของฉัน”เขาพึมพำออกมา “หานหยู่เจ๋อ ฉันเห็นเพียงแค่พลังจากอาร์ติแฟคของนายเท่านั้น….. แต่พลังของนายอยู่ที่ไหนล่ะ?”“พลังของข้า…..”หานหยู่เจ๋อมองดูพลังเซียนที่โคจรไปทั่วร่างของตัวเอง “พวกเราสำนักไท่ยีไม่ได้ฝึกฝนวิชาอาคมใด ๆ ….. ทำเพียงแค่สกัดกลั่นอาร์ติแฟคของตัวเองต่อไปเรื่อย ๆ เท่านั้น…..”“ทำให้อาร์ติแฟคของนายเชื่อมั่นในพลังของนายให้ได้”ฉินเฉากล่าวออกมา ในขณะที่ควบคุมกระบี่ปทุมพิสุทธิ์ให้พุ่งทะยานเป็นแสงสีขาว และโจมตีเข้าใส่หานหยู่เจ๋อชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง!กระจกเบิกสวรรค์ปลดปล่อยลำแสงสีทองให้สาดส่องใส่กระบี่เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง“กระจกเบิกสวรรค์…..”หานหยู่เจ๋อจ้องมองอาร์ติแฟคคู่ใจของตัวเอง“เจ้ายินดีที่จะเชื่อมั่นในตัวข้าหรือไม่?”ทันใดนั้นกระจกเบิกสวรรค์ก็สั่นไหวอยู่หลายครั้งราวกับว่ามันกำลังตอบคำถามของหานหยู่เจ๋ออยู่“ดี….. งั้นข้าก็ยินดีที่จะเชื่อมั่นในตัวเจ้าเช่นกัน…..”เขาอ้าแข