ตนเพื่อที่จะกลายเป็นเซียน จะต้องกำจัด‘รากฐานของสามอสุภะ’ ให้หมดไป”นักพรตลัทธิเต๋าเชื่อว่า อสุภะทั้งสามแสดงถึงความปรารถนาอันชั่วร้ายทั้งสามประการภายในร่างกายนั่นก็คือความเห็นแก่ตัว ความกระหาย และความใคร่พระพุทธศาสนาได้กล่าวเอาไว้ว่า การปล่อยวางนั้นคือการเมินเฉยต่อความโลภ โกรธ หลงการประหารสามอสุภะ ก็คือการขจัดจิตมารและทำให้ตนเองเป็นอิสระจากจิตมารนั้นแต่ทว่าจิตมารที่ขจัดออกไปแล้ว อาจจะกลายเป็นตัวเราอีกคนหนึ่ง และเป็นอันตรายต่อโลกใบนี้ได้ดังนั้นหลังจากที่ปรมาจารย์ใหญ่หลาย ๆ คนประหารสามอสุภะได้สำเร็จ พวกเขาจึงปรับแต่งอสุภะทั้งสามขึ้นมาใหม่อีกครั้งนักพรตลัทธิเต๋าได้ปรับแต่งสามอสุภะเป็นร่างอวตารส่วนปรมาจารย์ทางพระพุทธศาสนาได้ส่งสามอสุภะเข้าไปในกายทองคำ เพื่อเพิ่มพลังของกายทองคำให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น“ตอนนี้ฉินเฉาก็เป็นครึ่งเซียนแล้ว หากเขาต้องการที่จะทำลายโซ่ตรวนระดับ ไม่ใช่แค่จะต้องหาวิธีการฝึกฝนจักรวาลขนาดเล็กอย่างถูกต้องเท่านั้น แต่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับจิตมารของตัวเองด้วย”หลัวเต๋อกล่าวออกมาว่า “แต่ว่ามันเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเขาเพราะเขายังคิดมากและมีความกดดันมากเกินไป ข้ากังวลว่าเขาจะไม่ปล่อยวางมันลงไปได้ง่าย ๆ”“งั้นก็ให้นายท่านประหารสามอสุภะซะสิ”หลีหยินกล่าวออกมา “หากพวกเรามังกรสาวร่วมมือกัน บางทีมันอาจจะสำเร็จก็ได้”“การประหารสามอสุภะเป็นเรื่องง่ายที่ไหน?”หลัวเต๋อกล่าวด้วยน˺าเสียงจริงจัง