งเป็นโชคชะตาแน่นอนอยู่แล้ว และยังเป็นโชคชะตาของอาจารย์กับศิษย์ด้วย”ฉินเฉารีบตะโกนออกมา “คุณลุงครับ คราวนี้คุณต้องรับผมเป็นศิษย์เพื่อที่จะช่วยผมแล้วล่ะ”“ฉันรู้ ฉันรู้ เรื่องนี้มันเกี่ยวกับการแสดงเวทมนตร์ใช่มั้ยล่ะ?”ชายชราหัวเราะออกมา แล้วลูบเคราของตัวเอง ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยความลึกลับ“คะ คุณก็รู้เรื่องนี้เหรอครับ?”“แน่นอน ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเป็นนักมายากล”ชายชรากล่าวต่อไปว่า “นักมายากลจะต้องมีความลึกลับและเก่งกาจไม่ใช่เหรอ?”“ใช่ครับ”ฉินเฉาพยักหน้า “งั้นผมควรจะทำยังไงดี? ถ้าหากคุณลุงไม่สอนผมแล้วผมจะขึ้นไปแสดงบนเวทีได้ยังไง?”“ไม่ยากเลย ไม่ยากเลย”ชายชราพูดจาลึกลับอีกครั้ง“พ่อหนุ่มดูนี่สิ”เขาชี้นิ้วไปยังชามข้าวที่วางอยู่บนโต๊ะท่ามกลางสายตาสงสัยของฉินเฉา ชามข้าวได้ขยับไปทางซ้ายทีขวาที ราวกับว่ามันมีชีวิต“นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น!”“เธอลองมองดูดี ๆ สิ”ชายชราหัวเราะออกมาอีกครั้ง แล้วยื่นมือชี้ไปที่ใต้ชามฉินเฉาสังเกตเห็นว่า ระหว่างชามข้าวและมีอีกข้างหนึ่งของชายชรามีด้ายสีขาวเส้นบางเชื่อมต่อกันอยู่หากไม่สังเกตให้ดีก็จะไม่มีทางมองเห็น“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ผมเข้าใจแล้ว ผมเข้าใจแล้ว”“ฮ่า ๆ ตอนที่เธอขึ้นไปแสดง ฉันจะแอบไปช่วยเธอควบคุมอยู่ข้างหลังเอง แบบนี้เป็นยังไง?”“ขอบคุณมากครับ!”ฉินเฉาซาบซึ้งใจจนน˺าตาไหลออกมา “คุณช่างเป็นคนดีจริง ๆ”“โชคชะตา นี่คือโชคชะตายังไงล่ะ”ชายชราตบบ่าฉินเฉา “แต่ว่าฉันทำ