้นเซียนทองคำแล้วด้วยซ˺า พวกนายเกรงกลัวพวกเขาหรือเปล่าล่ะ?”“นี่…..”“ไม่ได้เด็ดขาด ถ้าหากสวรรค์รู้เรื่องจักรวาลขึ้นมาจะทำยังไง?”คนของศาลาปราบเซียนกล่าวออกมาเช่นกัน “ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นถ้าหากหลัวเนี่ยลงมา เขาสามารถฆ่าพวกเราให้ตายได้ในพริบตาเลยด้วยซ˺า!”“ศาลาปราบเซียนเกรงกลัวหลัวเนี่ยงั้นเหรอ?”หลูเหม่ยจวนกล่าวเสียดสีอย่างอดไม่ได้ “การต่อสู้ในอดีตกลับทำให้พวกนายหวาดกลัวกันซะขนาดนี้ ฉันว่าไม่ต้องเรียกว่าศาลาปราบเซียนหรอก เรียกว่าศาลาเต่ายังจะดีซะกว่า”“เหลวไหล! พวกเราจะต้องอดทนเอาไว้ นี่ยังไม่ใช่เวลาที่จะไปก่อสงครามกับสวรรค์!”ประมุขของศาลาปราบเซียนตวาดออกมาอย่างอดไม่ได้“กุ่ยหมู่ ข้าว่าแบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอ?”ในขณะนั้นเอง เจ้าสำนักของสำนักเฟิงสุ่ย หนึ่งในแปดสำนักบรรพกาลก็กล่าวออกมาด้วยท่าทีสง่างามดั่งเซียน “ไม่ว่ายังไงพวกเราก็จะต้องก่อสงครามกับสวรรค์ในสักวันอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลานั้นพวกเราค่อยทำลายเสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ทั้งสามต้น เพื่อปลุกกุ่ยซุน แม่ของเจ้าให้ตื่นขึ้นมา ขว้างหินก้อนเดียวฆ่านกได้สองตัว เมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราก็จะไม่สูญเสียอะไรด้วย”“ฉันทนรอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว!”กุ่ยหมู่กัดฟันกรอด “แม่ของฉันกำลังทนทุกข์ทรมานอยู่ภายใต้เสาหลักแห่งกฎเกณฑ์ ฉันเป็นลูกสาวของเธอ จะให้ทนนั่งเฉย ๆ ต่อไปโดยไม่ทำอะไรได้ยังไง? ถ้าหากทุกคนไม่ยอมเห็นด้วยกับฉัน ฉันก็ทำได้แค่ใช้กำลังทำลายมันเท่านั้น!”“กุ่ยหมู่ เจ้าสงบลง