จ้าเป็นผู้หญิงเหมือนกัน พวกเราจึงพอที่จะไว้หน้าให้แก่เจ้าได้บ้าง”เมื่อศิษย์หญิงเฝ้าประตูคนหนึ่งได้ยินซวนหยวนอิงจี๋พูดแบบนั้นเธอก็พลันนึกโกรธเคือง “แต่ดูเหมือนว่าเจ้าจะอยากหาเรื่องให้กับตัวเองสินะ”ศิษย์หญิงทั้งสองคนนี้ไม่เห็นนิกายหลัวซาอยู่ในสายตาอย่างแท้จริงนิกายเล็ก ๆ ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาจะสามารถเข้าร่วมในงานเฉลิมฉลองของท่านกุ่ยหมู่ได้ยังไง?อย่างพวกเขาจะนับว่าเป็นอะไรได้?ท่านกุ่ยหมู่เป็นใคร?ท่านเป็นถึงนายเหนือหัวของตำหนักราชันย์ภูต และยังเป็นเจ้าสำนักของสำนักราชันย์ภูตหากพวกเขาอยากเจอก็เจอได้ตามใจงั้นเหรอ?“ข้าเองก็อยากจะเห็นนักว่าพวกเจ้าจะทำให้ข้าร้องไห้ได้ยังไง”ซวนหยวนอิงจี๋เย้ยหยัน“ซวน…ที่รัก อย่าได้ลงมืออย่างโหดเหี้ยมนักเลย”ฉินเฉาไม่กล้าเรียกชื่อซวนหยวนอิงจี๋ออกมาตรง ๆดังนั้นเขาจึงเรียกเธอว่าที่รักไปก่อนชั่วคราวแต่ซวนหยวนอิงจี๋ที่ได้ยินกลับรู้สึกมีความสุขมากใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยด้วยความเขินอาย“วางใจเถอะ ข้าจะทำตัวให้เหมาะสม”เธอกล่าวกับหญิงสาวเฝ้าประตูทั้งสองคน “วันนี้ข้ากำลังอารมณ์ดีข้าจะปล่อยให้พวกเจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไปก็แล้วกัน”“ช่างโอ้อวดเสียจริง ไม่กลัวว่าลมจะพัดลิ้นเจ้าไปหรือไง!”“ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะยังไม่รู้ว่าสำนักราชันย์ภูตแข็งแกร่งขนาดไหน พวกเจ้าคิดว่าพวกเราเป็นสำนักผู้ฝึกตนธรรมดาหรือไง!”สิ้นเสียง อสูรโลหิตก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของพวกเธอสำหรับศิษย์ข