วนหยวนอิงจี๋กล่าวออกมา พลางชี้นิ้วไปยังดวงจันทร์ที่อยู่ไกลออกไปจากนั้นฉินเฉาก็รู้สึกประหลาดใจมาก เขาพบว่าตำแหน่งใกล้ ๆ กับดวงจันทร์นั้นมีตำหนักที่ซ่อนอยู่ในหมู่เมฆ ซึ่งค่อย ๆ เผยโฉมออกมาอย่างช้า ๆมองจากมุมนี้ เขาเห็นได้เลยว่าตำหนักดังกล่าวมีบรรยากาศที่งดงามมากเพียงใด“นะ นั่นน่ะเหรอ ตำหนักราชันย์ภูต?”ฉินเฉาอุทานออกมาทันที“ไม่ผิดแน่ มากับข้าเถอะ มากับข้าจะผิดพลาดได้ยังไง?”ซวนหยวนอิงจี๋ยังคงนำทางฉินเฉา บินไปยังตำหนักแห่งนั้น…………………………..“ท่านกุ่ยหมู่คะ ทุกคนมาถึงเกือบจะครบแล้ว ท่านจะออกไปเลยมั้ยคะ?”ภายในตำหนักราชันย์ภูต หวงฝู่อิงลั่วที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าหลูเหม่ยจวนได้กล่าวออกมา“คนของแปดสำนักบรรพกาลมากันครบหรือยัง?”“ทุกคนมากันแล้วค่ะ”“โอ้? แม้แต่คนของศาลาปราบเซียนก็มาที่นี่ด้วยงั้นเหรอ?”“ค่ะ มีศิษย์คนหนึ่งสะพายกระบี่มาที่นี่”“ช่างให้เกียรติกุ่ยหมู่ผู้นี้เหลือเกิน ดีจริง ๆ”หลูเหม่ยจวนพยักหน้า “แล้วคนของนิกายหลัวซาล่ะ?”“ยังมาไม่ถึงเลยค่ะ”หวงฝู่อิงลั่วเบ้ปากอย่างอดไม่ได้ “ท่านกุ่ยหมู่อุตส่าห์เชิญมาด้วยความหวังดีแท้ ๆ แต่พวกเขากลับทำตัวเหิมเกริมซะได้ ข้าว่าอย่าไปรอพวกเขาเลยค่ะ ลืมพวกเขาไปจะดีกว่า”“เธอไม่เข้าใจหรอก ถ้าหากพวกเขามา ให้พาพวกเขาไปยังห้องโถงใหญ่ด้วยล่ะ”หลูเหม่ยจวนโบกมือ “ฉันจะต้องออกไปแล้ว จะปล่อยให้คนจากสำนักอื่นรอนานไม่ได้”