“โฮ่ว นั่นนายเหรอ?”ถึงแม้ว่าจะยังไม่เห็นหน้า แต่เสียงที่ดังออกมาก็ทำให้ฉินเฉารู้สึกคุ้นเคยมาก“เหอะ รู้จักบิดาด้วยเหรอ?”โฮ่วผู้ถูกฉินเฉาโยนลงไปบนพื้นดิน ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ในขณะเดียวกันก็บ่นพึมพำไปด้วย “รู้จักบิดา แต่ยังกล้าลงมืออีก ไอ้หนู….. เชี่ย…..”ทันทีที่โฮ่วเห็นหน้าฉินเฉา คำพูดที่เหลือก็ถูกกลืนลงไปในกระเพาะ“ฉิน ฉินเฉา!”“เป็นอะไรไป? ไม่ได้เจอกันนาน นายก็เลยตื่นเต้นที่ได้เจอฉันเหรอ?”ฉินเฉาหัวเราะออกมา“เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”โฮ่วมองฉินเฉาด้วยสายตาระแวดระวัง “ที่นี่คือสุสานซานไห่ ไม่ใช่โลกของผู้ฝึกตน มันไม่ใช่สถานที่ที่เจ้าจะมาได้ตามใจชอบ”“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อซื้อของอยู่แล้ว”ฉินเฉาชี้ไปรอบด้านอย่างอดไม่ได้ “ที่ที่พวกนายอยู่มันอึมครึมได้ตลอดทั้งปีแบบนี้ มันน่ามาตรงไหน? ฉันมีเรื่องที่ต้องมาพบซวนหยวนอิงจี๋ต่างหาก เข้าใจหรือเปล่า?”“เจ้าจะมาพบฝ่าบาทงั้นเหรอ!”โฮ่วเบิกตากว้างทันที พร้อมกับโบกมือเป็นพัลวัน “ไม่ได้ ตอนนี้ฝ่าบาทกำลังนอนหลับอยู่ คนนอกห้ามเข้าไปรบกวนเด็ดขาด”“ฉันไม่ได้เป็นคนนอกสักหน่อย”ฉินเฉารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา “เฮ้ ๆ ๆ พ่องูยักษ์ นายพูดแบบนี้ได้ยังไง? ฉันเป็นคนช่วยสุสานซานไห่ของพวกนายเอาไว้นะ นายจะทำตัวแบบนี้กับผู้มีพระคุณเหรอ?”“เหอะ เจ้าช่วยสุสานซานไห่แค่ครั้งเดียว แต่ราชินีของพวกเราช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้ไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง”โฮ่วไม่ใช่คนโง่ เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “เจ้าไม่ได้ท