ถ้าหากเขาไป เขาจะมีชีวิตรอดกลับมาเหรอ?“ถูกเชิญอีกแล้วเหรอ?”ซูเฟยใช้นิ้วเคาะลงไปบนโต๊ะอย่างอดไม่ได้ “ทำไมถึงได้มีคำเชิญมาไม่เว้นแต่ละวันแบบนี้? ไม่จบไม่สิ้นสักที คราวนี้พวกเราจะไม่ไปแล้ว”“ใช่ เรื่องนี้ ถ้าพวกเราไม่ไปมันคงจะดีกว่า”เสี่ยวไป๋กล่าวออกมาเช่นกัน “พวกเรายังไม่รู้ว่าคนพวกนั้นคิดที่จะทำอะไรกันแน่ จะเป็นการดีกว่าถ้าหากติดต่อกันน้อยลง”“พูดแบบนั้นไม่ได้หรอก”ฉินเฉาคลี่ยิ้มออกมา “ฉันคิดว่าถึงไปก็คงจะไม่เป็นอะไร นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยาก ที่พวกเราจะได้ไปเจอแปดสำนักบรรพกาลนะ พวกเราจะยอมแพ้กันได้ยังไง?”“แต่ว่ามันอันตรายเกินไปน่ะสิ”ซูเฟยบ่นออกมาอย่างอดไม่ได้ “นายคิดว่าตัวเองเป็นแรมโบ้ นักรบเดนตายหรือไง? คราวนี้นายโชคดีเพราะถูกหานหยู่เจ๋อช่วยเอาไว้ แต่ถ้าไปสำนักราชันย์ภูต นายจะรู้จักใครบ้าง? ถ้าหากถูกทำร้ายขึ้นมาจะทำยังไง?”ฉินเฉากลอกตา “จู่ ๆ ฉันก็นึกขึ้นมาได้ ว่าฉันควรจะพาบอดี้การ์ดสักคนไปกับฉัน”“บอดี้การ์ด? บอดี้การ์ดที่ไหนจะมารับประกันได้ ว่านายจะรอดชีวิตออกมาจากเงื้อมมือของคนผิดปกติพวกนั้น?”แน่นอนว่าคนผิดปกติที่ซูเฟยพูดถึงจะต้องรวมไปถึงปรมาจารย์ขั้นผู้ยิ่งใหญ่เซียนทองคำ“หึ ๆ คนบนป่าเขาก็มีกลอุบายของตัวเอง”ฉินเฉาฉีกยิ้มออกมา “พวกเธอทำใจให้สบายแล้วรออยู่ที่นี่เถอะฉันจะไปที่ที่หนึ่งก่อน แล้วมารอดูว่าฉันจะสามารถเชิญตัวบอดี้การ์ดคนนั้นมาได้มั้ย!”ฉินเฉากล่าวออกมา ก่อนที่ร่างกายของเขาจะเปล