เมื่อเห็นว่าประมุขของตัวเองทำท่าว่าจะไปจริง ๆ เซียวพ่านจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามก่อนหน้านี้เขาไม่กล้าพูดอะไรออกไป เพราะเขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปดี“อืม ฉันต้องไปแน่นอน”ฉินเฉาพยักหน้า “ถ้าหากว่าฉันไม่ไป ต่อไปเหล่าผู้ฝึกตนจะต้องหัวเราะเยาะฉันแน่ ๆ ฉันไม่อยากกลายเป็นตัวตลกแบบนั้น ฉันคือประมุขของนิกายหลัวซา เกียรติของนิกายหลัวซาก็เท่ากับเกียรติของฉัน ถ้าหากว่าฉันต้องเสียหน้า งั้นนิกายหลัวซาก็ไม่จำเป็นต้องก่อตั้งมันต่อไปแล้ว”“นอกจากพวกเราจะไปรุกรานแปดสำนักใหญ่ ข้าไม่คิดเลยว่าตอนนี้จะไปยั่วโมโหแปดสำนักบรรพกาลด้วย”ฮัวเหนียงส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้ “คุณชายยังจำวันแรกที่พวกเราพบกันได้หรือเปล่าคะ?”“จำได้สิ ทำไมจะจำไม่ได้”ฉินเฉายิ้มออกมาทันที “ตอนนั้นฉันยังเป็นเด็กหนุ่มที่ขาดประสบการณ์อยู่เลย”“ค่ะ ข้ายังจำได้ว่าในตอนนั้นคุณชายได้ฆ่าฟางหัวไป…..”“หา!”ซูเฟยผงะไปทันที “ดี ฉินเฉา ไอ้คนสารเลว นายเป็นคนฆ่าฟางหัวจริง ๆ ด้วย!”สายตาที่เธอจ้องมองมาด้วยความโกรธทำให้ฉินเฉาตื่นตระหนกอย่างฉับพลัน“แค่ก ๆ เรื่องนั้น….. เป็นเพราะว่าเขาทำเรื่องผิดบาปมากเกินไปน่ะสิ ฉันก็แค่จัดการเขาแทนพระเจ้าเท่านั้นเอง”ฉินเฉารีบกล่าวออกมา“ฮึ่ม นายคงจะมีความสุขมากเลยสินะ”ซูเฟยกลอกตาใส่เขา “นายไม่รู้หรอกว่าตอนที่ฟางหัวตายไปผู้อำนวยการอย่างฉันต้องรู้สึกกดดันมากขนาดไหน และฉันต้องเหนื่อยขนาดไหน กับการที่ตำรวจมาสอบปากคำได้ทุกวี่ทุกวัน”