ากสายฟ้าแลบในสายตาของทุกคน“นี่มันพื้นฐานการฝึกตนระดับไหน……”คนในสำนักไท่ยีต่างหันมามองหน้ากันพวกเขาคิดว่าหากมาที่นี่ด้วยตัวเอง ก็จะสามารถจัดการกับนิกายหลัวซาซอมซ่อได้แล้วแต่ไม่คิดเลยว่าจะพ่ายแพ้อย่างหมดท่าให้กับประมุขของนิกายหลัวซาซะได้เรื่องนี้ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย…..นิกายหลัวซาที่ไม่มีความสำคัญอะไร ทำไมถึงสามารถจัดการกับยอดฝีมือในสำนักไท่ยีได้?“ศิษย์พี่เจ้าสำนัก ตอนนี้ข้าหวังพึ่งท่านได้เพียงคนเดียวเท่านั้น…..”เจียงเฉินฝากความหวังสุดท้ายเอาไว้ที่หานหยู่เจ๋อ ผู้ที่มีพื้นฐานการฝึกตนระดับสูงสุดในหมู่พวกเขา“เรื่องนี้ต้องคิดดูให้รอบคอบอีกครั้ง……”หานหยู่เจ๋อเห็นว่านิกายหลัวซานั้นองอาจและกล้าหาญมาก เขาจึงไม่ต้องการที่จะสร้างความเกลียดชังให้กับพวกเขาแต่ทันใดนั้นเอง จู่ ๆ เขาก็เห็นว่าผู้หญิงที่เขาชื่นชมได้ก้าวเดินออกมาข้างหน้า“ต้องต่อสู้กับคนตั้งหลายคน นายคงจะเหนื่อยแย่เลย”ซูเฟยหยิบกระดาษทิชชูออกมาเช็ดเหงื่อบนหน้าผากให้ฉินเฉาในบริเวณนั้นมีเหงื่อไหลอยู่เล็กน้อยเธอทั้งรู้สึกทุกข์ใจ และรู้สึกชื่นชมฉินเฉาไปพร้อมกันผู้ชายคนนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัยได้อยู่เสมอ“ไม่เป็นไร ก็แค่กุ้งหอยปูปลาไม่กี่ตัวเท่านั้น ฉันจัดการให้พวกเธอก็จบเรื่องแล้ว ไม่เหนื่อยอะไรหรอก”ฉินเฉาโบกมือเขากับซูเฟยแสดงความสนิทสนมต่อกันตามปกติ แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า มันกำลังทำให้เปลวไฟแห่งความหึงหวงลุกโชนขึ้นมาในดวงตาของใครบางคนเธอคื