ี หานหยู่เจ๋อ ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายเขาก็พลันส่ายหน้าแล้วบ่นพึมพำออกมา “ในอดีตตอนที่เจ้าตบแต่งเซียวเมิ่งออกไป ข้าก็เคยพูดเอาไว้แล้ว ว่าเจ้าไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลกตามใจชอบ แต่ควรที่จะทำจิตใจให้สงบ ตั้งมั่นอยู่กับการบำเพ็ญเพียร เจ้าจะได้บรรลุกลายเป็นเซียน”“ศิษย์พี่เจ้าสำนัก ท่านพูดแบบนี้ออกมาได้ที่ไหน”เจียงเฉินที่ได้ยินดังนั้นก็พลันรู้สึกไม่สบอารมณ์ “รายได้ส่วนใหญ่ในสำนักไท่ยี ล้วนมาจากการขายอาร์ติแฟคในเมืองไท่กู่ ถ้าหากสำนักไท่ยีของพวกเราชิงเมืองไท่กู่มาได้ นั่นจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของพวกเราอย่างมหาศาล ตอนนี้ศิษย์ในสำนักของพวกเราล้วนต้องกินอยู่อย่างประหยัด แม้แต่วัตถุดิบที่ใช้ในการสกัดกลั่นเครื่องมือก็ยังมีให้ไม่ทั่วถึง หากเป็นแบบนี้ต่อไป เศรษฐกิจในสำนักไท่ยีจะต้องล้มละลายแน่”“ศิษย์น้อง ข้าบอกกี่ครั้งแล้ว ว่าพวกเจ้ากำลังตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ของการช่วยเหลือจากภายนอก”หานหยู่เจ๋อกล่าวออกมาว่า “การที่สำนักไท่ยีฝึกฝนอาร์ติแฟคนั้นไม่ได้ดูกันที่วัตถุดิบว่ามันคืออะไร แต่ดูกันที่ความคิดสร้างสรรค์และพื้นฐานการฝึกตนของแต่ละคน แต่มาตอนนี้การฝึกฝนของศิษย์ต่างพึ่งพาอะไร? ทุกคนต่างพึ่งพาวัตถุดิบคุณภาพดีกันทั้งนั้น ส่วนอาร์ติแฟคที่ฝึกฝนออกมาได้ ความสามารถของมันกลับน้อยกว่าสามในสิบส่วนของวัตถุดิบเสียอีก หากเป็นแบบนี้ต่อไป สำนักไท่ยีก็คงจะล้มละลายไปจริง ๆ แน่ ในความเห็นของข้า เซีย