มาตอนนี้เจ้ายังปลุกปั่นให้สำนักไท่ยีและสำนักปีกเทวะต่อสู้ห˺าหั่นกันอีก แผนการของเจ้ามันช่างลึกล˺าจริง ๆ”หวังจุนหรี่ตาจ้องมองฉินเฉา“เอาอะไรมาพูด ฉันไม่เห็นจะรู้เรื่องเลยสักนิด”ฉินเฉายังคงยืนอยู่ที่นั่นอย่างสบายใจ ราวกับว่าการเผชิญหน้ากับเนื้อเซียนผู้มีพลังเซียนทั้งสามคนนั้น ไม่ได้สร้างความกดดันใด ๆ ให้กับเขา“เรื่องเมืองไท่กู่ จ้าวเหวินเยว่เป็นคนมอบมันมาให้กับฉัน ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนายกับสำนักปีกเทวะ มันก็เป็นเพราะว่าคนของสำนักปีกเทวะไปด่าพวกนายเองไม่ใช่เหรอ? หรือนายจะบอกว่าฉินเฉาคนนี้มีความสามารถอันยิ่งใหญ่ ถึงขนาดทำให้ศิษย์ของสำนักปีกเทวะไปเปิดปากด่าใครได้ล่ะ?”“…………..”จางเจ๋อหยางหน้าดำหน้าแดง เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปดี“เอ่อ… หวังจุน เรื่องของพวกเรานับว่าเป็นการต่อสู้แย่งชิงอำนาจภายใน อย่าได้ถูกเด็กคนนั้นปลุกปั่นเอาล่ะ”เขาจำใจกล่าวเช่นนั้นออกไป“ข้าจะระวังก็แล้วกัน”สายตาของหวันจุนฉายแววลึกล˺า “ที่จริงแล้วข้าคิดไม่ออกจริง ๆว่าใครกันที่มอบความกล้าหาญให้กับประมุขนิกายหลัวซาตัวเล็ก ๆอย่างเจ้า ให้บังอาจมายั่วยุสำนักไท่ยี หนึ่งในแปดสำนักบรรพกาลของพวกเราแบบนี้ เจ้าคงเตรียมใจที่จะรับความโกรธแค้นของพวกเราแล้วสินะ?”“ที่จริงแล้วฉันไม่เข้าใจวิธีการพูดจาของนายเลยสักนิด”ฉินเฉาเลิกคิ้ว “พวกนายคิดว่าตัวเองเป็นนักบุญผู้อุปถัมภ์โลกใบนี้จริง ๆ เหรอ? พอได้อยู่ในแปดสำนักบรรพกาล พวกนายก็เลยไ