า “ที่จริงแล้วมันเป็นเพลิงที่มาจากวิญญาณของเทพมาร พลังโจมตีของมันจึงแข็งแกร่งมากเจ้าระวังตัวให้ดีล่ะ”“เข้าใจแล้ว”ฉินเฉาพยักหน้ารับ ในขณะที่ก้าวถอยหลังออกไป ก็แสร้งทำสีหน้าตื่นตระหนก แล้วกล่าวออกมาว่า “พระเจ้า นายกล้าขโมยของในเมืองไท่กู่ตอนกลางวันแสกๆ ได้ยังไง? นายไม่เห็นเมืองไท่กู่อยู่ในสายตาเลยเหรอ?”“เมืองไท่กู่จะนับว่าเป็นอะไร”จางเจ๋อหยางลงมาอยู่บนพื้น พร้อมกับกล่าวเย้ยหยันออกมา “ใครจะกล้ามาล่วงเกินคนของสำนักปีกเทวะอย่างข้ากันล่ะ?”“แต่ฉันได้ยินมาว่าเจ้าเมืองน้อยยินเหยียนเผิงแห่งเมืองไท่กู่ เป็นลูกเขยของสำนักไท่ยี ถ้าหากนายเห็นเมืองไท่กู่อยู่ในสายตา นายก็ต้องไว้หน้าสำนักไท่ยีกันบ้างสิ!”เซียวพ่านหันไปมองฉินเฉาด้วยความประหลาดใจทำไมเขาถึงได้พูดแบบนั้นออกมาล่ะ?เมืองไท่กู่เปลี่ยนเจ้าของไปแล้วไม่ใช่เหรอ?“ฮ่า ๆ ๆ ตลกชะมัด!”จางเจ๋อหยางหัวเราะออกมา “สำนักปีกเทวะของพวกเรา เป็นสำนักที่ทรงพลังที่สุดในบรรดาสี่สำนักฝ่ายธรรมะ ข้าเนี่ยนะต้องไปไว้หน้าให้สำนักไท่ยี? ข้าว่าสำนักไท่ยีต้องไว้หน้าให้ข้าต่างหาก มันถึงจะถูก”เซียวพ่านที่ได้ยินดังนั้นพลันอารมณ์เสียขึ้นมาทันที“ทำไมสำนักไท่ยีถึงต้องไว้หน้าให้เจ้าด้วย? เจ้าไม่เห็นสำนักไท่ยีอยู่ในสายตาเลยหรือไง?”เซียวพ่านเอ่ยถามออกมา“นั่นเป็นเพราะว่าสำนักปีกเทวะแข็งแกร่งมากยังไงล่ะ สำนักไท่ยีจะมาล้มจางเจ๋อหยางผู้นี้ได้ยังไง!”จางเจ๋อหยางคิดในใจ ถึงยังไงรอบ ๆ นี