“อาจารย์ คราวนี้ท่านต้องช่วยข้านะ!”ณ ห้องโถงใหญ่ต้อนรับของสำนักไท่ยี ทั้งน˺ามูกและน˺าตาของยินเหยียนเผิงได้หลั่งไหลลงบนพื้น เขากำลังร้องไห้คร˹าครวญต่อหน้าชายคนหนึ่ง ผู้มีใบหน้าสีแดงและดูแข็งแกร่งทรงพลัง“เหยียนเผิง เป็นลูกผู้ชายจะมานั่งคุกเข่า ร้องห่มร้องไห้แบบนี้ได้ยังไง? ลุกขึ้นยืนแล้วมาพูดกับข้าซะ”ชายผู้มีใบหน้าสีแดงเอ่ยออกมา“อาจารย์ ข้าไม่ร้องไห้ไม่ได้หรอก ข้ากำลังรู้สึกอึดอัดใจ อึดอัดใจแทนตัวข้า อึดอัดใจแทนเสี่ยวเมิ่ง และยังอึดอัดใจแทนอาจารย์ด้วย!”ยินเหยียนเผิงกล่าวซ˺าไปซ˺ามา“โอ้? แล้วเรื่องนี้มันเป็นมายังไงล่ะ?”ชายผู้มีใบหน้าสีแดงเกิดความสงสัยขึ้นมายินเหยียนเผิงได้ร่างลำดับความสำคัญเอาไว้ในใจของเขา คนคนนี้เป็นศิษย์น้องของเจ้าสำนักไท่ยี อีกทั้งยังเป็นอาจารย์ของซ่งเสี่ยวเมิ่ง ผู้เป็นภรรยาของเขา เขาจึงกล่าวกับเจียงเฉินว่า“อาจารย์ เมืองไท่กู่ของข้าถูกช่วงชิงไปแล้ว…..”“อะไรนะ!”เจียงเฉินพลันตื่นตระหนก ราวกับพยัคฆ์ที่กำลังตื่นตัว ดวงตาของเขาได้เปล่งแสงวาวโรจน์ออกมา “เจ้าพูดว่าอะไรนะ? เมืองไท่กู่ถูกช่วงชิงไปงั้นเหรอ?”“ถะ ถูกต้องแล้ว…..”ยินเหยียนเผิงพยักหน้าซ˺าแล้วซ˺าเล่า “ข้าไม่รู้ว่าพ่อบุญธรรมของข้าเป็นอะไรไป หลังจากที่เขาต่อสู้กับประมุขนิกายหลัวซา เขาก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน อีกทั้งยังคิดจะยกเมืองไท่กู่ให้กับคนอื่นแล้วหลังจากนั้นผู้หญิงสองคนจากนิกายหลัวซาก็เข้ามาครอบครองเมืองไท่กู