เนื่องจากเฉิงอิงไม่ต้องการให้ผู้คนแตกตื่น ดังนั้นเธอจึงขอให้เสี่ยวหลินจอดรถให้ไกลจากร้านเบเกอรี่หมายเลข 76 จากนั้นเธอก็ลงมาจากรถ และเดินมายังร้านเบเกอรี่ด้วยตัวเองแต่เมื่อเข้าไปใกล้ ๆ แล้ว โอ้ แถวยาวจริง ๆ ด้วยธุรกิจของร้านเบเกอรี่จะต้องขายดีขนาดไหน ถึงได้มีแถวยาวเหยียดถึงขนาดนี้?“เฮ้ ๆ ๆ อย่าดันมาสิ”“นี่ อย่ามาแซงคิวกันสิ พวกเราต่อแถวกันมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ!”“พระเจ้า คนเยอะชะมัด”ผู้คนมากมายต่างเบียดเสียดกันเพื่อที่จะซื้อขนมปังเฉิงอิงส่ายหน้า เธอก้าวเดินต่อไปข้างหน้าเรื่อย ๆ ด้วยรองเท้าบูตหนังส้นสูงของเธอ“นี่คนสวย อย่าแซงคิวสิ!”มีคนตะโกนขึ้นมาทันที “ถึงเธอจะสวย แต่เธอก็ต้องไปเข้าแถว ไปต่อแถวข้างหลังซะ!”“ใช่ ทุกคนเขาก็มารอซื้อขนมปังกันหมดนั่นแหละ!”เมื่อผู้คนที่อยู่ด้านหลังสังเกตเห็นว่าเฉิงอิงยังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ก็รีบตะโกนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ขอโทษด้วย ฉันไม่ได้มาซื้อขนมปัง แต่มาที่นี่เพื่อเจอใครบางคนค่ะ”เฉิงอิงรีบอธิบาย“ไม่ต้องมาพูดมาก จะแซงคิวแล้วยังทำเป็นพูดดีอีก ไปต่อแถวเดี๋ยวนี้!”“ใช่แล้ว แก้ตัวได้ไม่เนียนเอาซะเลย”เฉิงอิงทำอะไรไม่ถูก เธอมาหาคนจริง ๆ ทำไมมันถึงกลายเป็นข้อแก้ตัวได้ล่ะ?“ไปเข้าแถวเดี๋ยวนี้!”“คนสวย ไปเข้าแถวสิ!”ผู้คนมากมายพากันตะโกนออกมาเฉิงอิงเลิกคิ้วขึ้น เข้าแถวงั้นเหรอ? เธอจะต้องไปเข้าแถวทำไม ในเมื่อเธอไม่ได้มาซื้อขนมปัง?เธอจึงไม่สนใจ ก่อนที่จะก้าวไปข้างหน้าต่อ