ารู้สึกกังวลใจขึ้นมาทันทีถึงแม้ว่าเขาจะสามารถหันหลังแล้วเดินจากไปได้ แต่เขาก็ละเลยฉินอี้ไม่ได้เด็กคนนี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาและหญิงสาวผู้สวมอาภรณ์สีขาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาก็ไม่อาจปล่อยเธอไปได้เช่นเดียวกันเฉินชิงยังคงมีท่าทีที่ไม่แยแสต่อเรื่องราวบนโลกเธอยืนอยู่ตรงนั้น และเมื่อรวมกับภูมิทัศน์ที่อยู่รอบ ๆ แล้ว เธอช่างดูงดงามราวกับภาพวาดเธอไม่ได้กล่าวอะไรออกมา หากแต่เหลือบมองเขา แล้วหันหน้าหนีไปเธอยังคงทะนงตัวอยู่เช่นเดิมยิ่งไปกว่านั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ฉินเฉาจึงไม่เห็นความเป็นมิตรที่อยู่ในสายตาของเธออย่างในอดีตเธอปล่อยวางเรื่องราวทั้งหมดได้แล้วงั้นเหรอ?เขาสัมผัสกลิ่นอายของหุ่นเชิดปีศาจที่อยู่บนร่างกายของเธอไม่ได้เลยแม้แต่น้อยสุดท้ายเธอก็ได้ทำลายโซ่ตรวนออกไปจนหมดสิ้นแล้วบางทีเขาอาจจะไม่คู่ควรกับความอาลัยอาวรณ์ของเธอในใจของฉินเฉานั้นเกิดความรู้สึกไม่ยินยอมขึ้นมาไม่ว่าใครก็จะต้องรู้สึกหงุดหงิด เมื่อสิ่งที่เคยได้รับนั้นสูญหายไปอย่างกะทันหัน และต้องการที่จะเอามันกลับคืนมาให้ได้ ฉินเฉาไม่ใช่พ่อพระ และเขาก็กำลังเกิดอารมณ์ดังกล่าวขึ้นมา“นางเซียนเฉิน สหายเสี่ยวฉิน ข้าไม่คิดว่าจะทำให้พวกเจ้าตกใจกันเช่นนี้”ตงฟางอิ๋งหันหน้าไปหาคนทั้งคู่ แล้วกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว“ยอดเขาหมอกของข้าต้อนรับแขกได้ไม่ดีเอง”“……”เฉินชิงไม่ได้กล่าวอะไร เธอเพียงแค่ส่ายหน้าเท่านั้นแต่ฉินอี้นั้นตะโกนออกมา“ต้องขออภ