มันยังเป็นนิทานสอนใจอีกด้วยเมื่อการปราชุมจบลง การต่อสู้ระหว่างฉินเฉาและหลัวชิงหลินก็จบลงไปด้วยเช่นเดียวกันในเวลานี้หลัวชิงหลินล้มตัวลงนอนไปบนโต๊ะเบา ๆ เธอไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืนครั้งแรกของเธอนั้นนับว่าใช้เวลานานมาก มันจึงทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาเธอยังคงหอบหายใจออกมาอย่างช้า ๆ ใบหน้าของเธอนั้นแดงก˹าเหงื่อกาฬหลั่งไหลออกมาทั่วทั้งเรือนร่าง“นะ นี่นายรู้สึก…ละอายใจบ้างหรือเปล่า…..”หลัวชิงหลินหันหน้าไปจ้องมองฉินเฉาด้วยสายตาอันทรงเสน่ห์“จะอายไปทำไม? ที่นี่มีฉันกับเธออยู่ด้วยกันแค่สองคนเท่านั้น”ฉินเฉาตีสะโพกอวบอัดของหลัวชิงหลิน และรู้สึกว่ามันแน่นมาก“เหลวไหล… ขะ ข้างนอกกระจกยังมีคนอยู่เยอะแยะเต็มไปหมด…..”เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ หลัวชิงหลินก็พลันละอายใจ“พวกเขามองไม่เห็นสักหน่อย”ฉินเฉากล่าวพร้อมรอยยิ้ม “จะไปกลัวทำไม? ไม่อย่างนั้นจะมีคำกล่าวนี้ขึ้นมาเหรอ หากผู้คนมีความกล้าหาญ แผ่นดินนี้จะเป็นประโยชน์มากเพียงใด”“หึ นายก็ดีแต่พูดจาไร้สาระ ถึงฉันจะตกเป็นของนายแล้ว แต่นายก็คงจะไม่ต้องการฉันอยู่ดี”หลัวชิงหลินกล่าวออกมา“ฉันจะไม่ต้องการเธอได้ยังไง? คณะกรรมการมหาวิทยาลัยหลัวของฉันน่ารักขนาดนี้ ใช่มั้ยล่ะ…..”ฉินเฉาค่อย ๆ โน้มตัวลงบนแผ่นหลังที่เรียบเนียนของหลัวชิงหลินแล้วกล่าวกับเธอ“อืม… ยิ่งไปกว่านั้นฉันก็อยู่ข้าง ๆ นายได้แค่หลายสิบปีเท่านั้น…..เพราะฉะนั้น… ในช่วงเวลาหลายสิบปีต่อจากนี้…