ป็นประมุขนิกายซะเองล่ะ? ว่ายังไง?ข้ารับรองได้เลยว่าข้าจะเป็นคนจัดการทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตัวเองแน่”“เธอพักผ่อนต่อไปเถอะ…..”ถ้าหากยกนิกายหลัวซาให้เธอจริง ๆ ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง……ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นประมุขนิกาย แต่เขาก็ยังดีกว่าเธอเป็นร้อยเท่า“พวกเจ้าคุยกันจบแล้วหรือยัง?”เย่เทียนหมิงรู้สึกร้อนใจหลังจากที่รอคอยอยู่นาน “เจ้าคงจะเป็นประมุขนิกายหลัวซา ฉินเฉาสินะ?”“พล่ามเรื่องไร้สาระอะไรออกมา?”แน่นอนว่าฉินเฉาย่อมไม่ทำตัวสุภาพกับคนที่บุกเข้ามาสร้างปัญหาให้เขา “ทำถึงขนาดนี้แล้ว แต่ยังมีหน้ามาถามคำถามไร้สาระแบบนั้นอีก แกแน่ใจเหรอว่าสติปัญญาของแกมันสมประกอบ?”“บัดซบ เจ้ากล้าทำให้ข้าอับอายงั้นเหรอ!”เย่เทียนหมิงไม่พอใจขึ้นมาทันทีวาจาของชายคนนี้จะทำให้คนอื่น ๆ รู้สึกอึดอัดใจมากเกินไปแล้ว“แล้วแกกำลังให้เกียรตินิกายหลัวซาของพวกเราอยู่หรือไง?”ฉินเฉากล่าวเหยียดหยามอีกฝ่าย “ฉันเป็นคนตอบรับน˺าใจของคนอื่นเสมอ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ในเมื่อแกไม่เกรงใจฉัน แน่นอนว่าฉันก็จะไม่เกรงใจแกเหมือนกัน”“ไอ้เด็กเวร ข้าว่าเจ้าชักจะเหิมเกริมมากเกินไปหน่อยแล้ว!”เย่เทียนหมิงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เขานึกอยากจะฉีกร่างของเด็กหนุ่มตรงหน้าออกเป็นแปดส่วนเหลือเกินผู้ชายคนนี้ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาเลยหรือไง?บัดซบเอ๊ย“ไอ้หนู เจ้าพูดแบบนั้นออกมาได้ยังไง? ถึงอย่างไรพวกข้าก็อาวุโสกว่าเจ้า เจ้าควรจะให้ความเคารพพวกข้าบ