าวนี้ถึงไม่ตามฉันเข้าไปข้างในล่ะ นายเพิ่งจะมีจิตสำนึกงั้นเหรอ?”“เฮ้ ฉันก็เป็นสุภาพบุรุษเหมือนกันนะ”ฉินเฉากล่าวออกมาเบา ๆ “เรื่องที่ไร้ยางอายแบบนั้น ฉินเฉาคนนี้จะทำมันได้ยังไงล่ะ?”“โอ้ มันช่างหายากจริง ๆ”ซูเฟยยิ้มออกมา ก่อนที่จะหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานฉินเฉาขยิบตาให้กับภูตผีหลัวซาที่ตามมาด้านหลัง“นายขยิบตาให้ใครน่ะ?”ซูเฟยกวาดสายตาไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าฉินเฉามีท่าทีแปลกไป เธอก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน“หา! อะไรเหรอ? เปล่านี่”ฉินเฉาสะดุ้งเฮือกอยู่ภายในใจ แต่เขาก็ยังคงกล่าวออกมาด้วยสีหน้านิ่ง ๆในขณะเดียวกันก็เรียกภูตผีหลัวซาให้กลับเข้าไปในร่างกาย“ที่จริงแล้ว ฉันมักจะชอบคิดว่านายทำเรื่องอะไรแปลก ๆ อยู่ตลอด”ซูเฟยขมวดคิ้วสีดำขลับของเธอเล็กน้อย “เพราะว่านายมีความสามารถลึกลับตั้งมากมายไม่ใช่เหรอ?”“แต่มันไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องทำอะไรแปลก ๆ นี่ ใช่มั้ยล่ะ?”ฉินเฉารีบอธิบายทันที “ฉันใช้ความสามารถของตัวเองมาปกป้องเธอต่างหาก”“จริงเหรอ?”ซูเฟยเลิกคิ้ว พร้อมกับเอ่ยถาม“จริงสิ ฉันสาบานด้วยคุณธรรมของฉันเลย!”“นั่นแหละ”ซูเฟยหันหน้ากลับไป แล้วก้าวเดินต่อ “นายไม่มีคุณธรรมเลยนี่”“……”ฉินเฉาไม่คิดว่าภาพลักษณ์อันสูงส่งของตัวเองจะถูกซูเฟยทำลายลงไปจนย่อยยับแบบนี้จะกล่าวหากันเกินไปแล้วถึงแม้ว่าคุณลุงคนนี้จะปลดปล่อยภูตผีหลัวซาออกไปจริง ๆ แต่ในขณะที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ เขาก็ลืมมองเธอไปมาสงสัยในควา