นั้น”ซูเฟยกล่าวปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมานั่นทำให้หลิวเทียนเฉิงรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมากทำไมเธอถึงได้เลี้ยงให้เชื่องยากขนาดนี้?“เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาในการทำงานเหมือนกัน”วิธีการพูดของหลิวเทียนเฉิงเปลี่ยนไปในทันที“ปัญหาอะไรคะ?”ซูเฟยเดินย้อนกลับมาจ้องมองหลิวเทียนเฉิง“ซูซิน ฉันคิดว่าเธอกำลังใช้อารมณ์ในการทำงาน”หลิวเทียนเฉิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่จะกลอกตาไปมา แล้วกล่าว“ใช้อารมณ์?”ซูเฟยเยาะเย้ยภายในใจ หลิวเทียนเฉิงคนนี้เริ่มคิดที่จะสร้างปัญหาแล้วสินะ?มีคนแบบนี้เป็นหัวหน้าของฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ มันจะเป็นเรื่องดีงั้นเหรอ?“ใช่ ยิ่งไปกว่านั้นเธอก็ไม่ให้ความเคารพหัวหน้า ดังนั้นฉันจึงต้องคุยเรื่องนี้กับเธอ”“ฉันไม่ให้ความเคารพคุณตอนไหน?”ซูเฟยตอบโต้อย่างทันท่วงที “ถึงคุณจะเป็นผู้จัดการ แต่คุณจะมาใส่ความฉันแบบนี้ไม่ได้นะคะ”“ถ้าหากว่าเธอเคารพฉัน ได้โปรดนั่งลงแล้วกินข้าวกลางวันกันฉันเธอทำได้หรือเปล่า?”หลิวเทียนเฉิงชี้ไปที่เก้าอี้“ขอโทษด้วยค่ะ ฉันอิ่มแล้ว”ซูเฟยยังคงกล่าวอย่างไม่ไว้หน้าหลิวเทียนเฉิง“ว้าว… พี่สาวซูกล้าหาญสุด ๆ …..”หลานเหม่ยเฟิ่งอดไม่ได้ที่จะกล่าวสรรเสริญอยู่ในใจ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกล้าต่อต้านบอสเช่นนี้“เหลวไหล!”หลิวเทียนเฉิงรู้สึกอับอายจนโกรธขึ้นมาในที่สุด “ในสายตาของเธอยังเห็นว่าฉันเป็นหัวหน้าอยู่หรือเปล่า?”“ในเวลางาน แน่นอนว่าใช่ค่ะ”ซูเฟยกล่าวออกมาเบา ๆ “แต่ถ้าหากอยู่ในช่วงเวลาปกติ ต้องข