ับสิบก็พุ่งมารวมกันด้านในหุบเขาแห่งนี้นักพรตตัวน้อยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจ ในระหว่างที่กำลังตามไปก็คาดเดาไปด้วยจอมมารอู๋จี๋เป็นใคร ถึงได้ทำให้อาจารย์ลุงและอาจารย์อามากมายที่อยู่ในขั้นประกายแสงต้องตื่นตระหนกพร้อมกันแบบนี้เมื่อเขาลงมาถึงบริเวณใกล้ ๆ หุบเขาก็พบกับผู้ปกป้องสุสานที่สวมชุดนักพรตสีขาวนับสิบคน ทุกคนปลดปล่อยแสงสีทองออกมาจากฝ่ามือไปยังหุบเขาแห่งนี้แต่ในหุบเขาแห่งนี้มีปราณปีศาจที่ทรงพลังหลั่งไหลออกมาอย่างต่อเนื่องทันทีที่นักพรตตัวน้อยก้าวเข้ามา เขาก็พลันรู้สึกได้ถึงปราณปีศาจที่เข้ามากระทบกับร่างกายจนทำให้หายใจติดขัดเขารีบโคจรพลังลมปราณไปทั่วร่างเพื่อปกป้องร่างกาย จึงรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย“อาจารย์… จอมมารอู๋จี๋ช่างแข็งแกร่งจริง ๆ …..”นักพรตตัวน้อยกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว“แน่นอน ในอดีตเขาเป็นปรมาจารย์ขั้นเนื้อเซียน…. ถ้าไม่ใช่เพราะสงครามปีศาจ เขาก็คงจะไม่ล้มเหลวในการข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์และเกรงว่าระดับของเขาคงจะสูงกว่านี้ไปนานแล้ว”นับได้ว่าในตอนนั้นจอมมารอู๋จี๋ช่างโชคร้ายมากเขาอยู่ในขั้นประกายแสง แต่เมื่อเข้าร่วมสงครามปีศาจกลับถูกทัณฑ์สวรรค์ผ่าใส่ร่างแต่ชายชราคนนี้มีพื้นฐานการฝึกตนที่แข็งแกร่ง เขาจึงสามารถฝืนทนและกลายเป็นเนื้อเซียนได้อย่างไรก็ตามปรมาจารย์ในเส้นทางธรรมได้สังหารเขาด้วยกระบี่ในตอนที่เขากำลังอ่อนแอที่สุดแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เทพปีศาจตนนี้ถึงได้ตื่นขึ้นมาอีกคร