เธอทำเพื่อความปลอดภัยของปราชาชนในฮ่องกงในความเป็นจริงนั้นเธอเป็นผู้หญิงที่ขี้ใจอ่อน“เอาล่ะ”ฉินเฉาเก็บปืน ก่อนที่จะปรบมือแล้วกล่าว “บอส พวกเราจะดื่มชากันต่อ หรือว่าจะกลับไปที่โรงแรมกันเลยดีครับ?”“ต้องกลับโรงแรมแน่นอนอยู่แล้ว ที่นี่มีกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปหมด”หลัวชิงหลินโบกมือ แล้วกล่าวด้วยความขยะแขยงทางด้านจิงหมิงเฟินนั้นไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ในเวลานี้เพราะเขาเจ็บจนเป็นลมหมดสติไปตั้งนานแล้วและถ้าหากไม่พาเขาไปโรงพยาบาลโดยเร็วล่ะก็ เขาคงจะเกิดปัญหาในการดำรงชีวิตแน่นอน“ครับบอส เชิญครับ”ตอนนี้ฉินเฉาเป็นบอดี้การ์ด เขาจึงต้องคอยปกป้องเจ้านายของตัวเองตอนที่เธอลงบันไดเมื่อทั้งสองคนออกไปข้างนอกก็ขึ้นแท็กซี่เพื่อมุ่งหน้ากลับไปที่โรงแรมในที่สุดหลัวชิงหลินก็รู้สึกโล่งใจเมื่อเธอได้ขึ้นมาอยู่บนรถ“เฮ้อ….ฉันกลัวแทบตายแน่ะ”เธอเอามือตบหน้าอกที่ล้นเหลือของเธอ “ฉินเฉา นายจะโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว…..”“ถ้าหากไม่โหดเหี้ยมกับพวกมัน ก็เท่ากับว่าฉันโหดเหี้ยมต่อตัวเอง”ฉินเฉากล่าวเสียงเบา “เธอเองก็เห็นสถานการณ์ในวันนี้แล้วนี่ ถ้าหากพวกเราแสดงความอ่อนแอออกไป พวกมันก็จะบังคับให้เธอไปเล่นหนังอย่างว่า โดยเฉพาะเกย์เฒ่าคนนั้น ย่ามันเถอะ พอเห็นมันแล้วฉันก็รู้สึกแย่ชะมัด”“พวกมันจะต้องมาแก้แค้นแน่ ๆ”“ถ้าอย่างนั้นทำไมเธอถึงไม่ให้ฉันฆ่าพวกมันล่ะ?”เมื่อคนขับรถที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ ได้ยินบทสนทนาเหล่านี้ มือที่จับพวงมาลัยก็พลั