นอิงจี๋เย้ยหยัน “เจ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะถือรองเท้าให้เขาเลยด้วยซ˺า”“บัดซบ! อิงเทียน ข้าจะฆ่ามัน!”เฮยฉีหลินระเบิดไฟแห่งความหึงหวงออกมา“เจ้ากล้าดียังไง!”“มีอะไรบ้างที่ข้าคนนี้จะไม่กล้า!”เฮยฉีหลินตะคอกอย่างเย้ยหยัน“หากเจ้ากล้าทำร้ายเขา พวกเราก็จะต้องพินาศไปด้วยกัน!”เส้นผมสีดำขลับของซวนหยวนอิงจี๋กลายเป็นสีเทาทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเธอเริ่มที่จะเหี่ยวเฉา“เมื่อเจ้าโกรธ ข้าก็รู้สึกทุกข์ใจ”เฮยฉีหลินกลอกตาและกล่าวว่า “วางใจเถอะ ข้าจะไม่ทำร้ายมัน”“หากเป็นเช่นนั้นได้ก็ดี!”ซวนหยวนอิงจี๋ไม่อยากยุ่งกับชายคนนี้ เธอจึงกลับเข้าไปในหลุมฝังศพและปิดโลงศพของเธอ“อะแฮ่ม ถึงข้าจะไม่ทำอะไร แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะให้มันมีชีวิตอยู่”เฮยฉีหลินหันหน้าไปกล่าวกับอสูรโบราณตัวน้อยที่อยู่ข้าง ๆ เขา“เจ้า มานี่ บอกข้ามาว่าสถานการณ์ปัจจุบันของอิงเทียนเป็นยังไง”“ครับ ท่านเฮยฉีหลิน…..”อสูรโบราณตัวน้อยไม่กล้าขัดคำสั่งของเฮยฉีหลิน เขารีบก้าวเข้าไปและเล่าเรื่องที่อิงเทียนกลับชาติมาเกิดเป็นฉินเฉาให้เขาฟัง“เช่นนั้นเอง… ชายที่อ่อนแอแบบนั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องให้ข้าเป็นคนลงมือเอง ปูยักษ์ เรื่องนี้ข้าจะให้เจ้าเป็นคนจัดการ”“ครับ!”ในบรรดาอสูรโบราณเหล่านี้ แน่นอนว่าจะต้องมีคนที่จงรักภักดีกับเฮยฉีหลินหลังจากที่สั่งการ เขาก็หันไปมองเทาเที่ยที่กำลังมองมาด้วยสายตาตำหนิอยู่ด้านข้าง“เทาเที่ย ข้าคิดว่าเจ้าจะไม่ไปรายงานราชินีหรอกใช่มั้ย?”“