นี้เจี๋ยเป่าเหมือนได้พบกับแสงสว่างแห่งความอยู่รอด เขารู้สึกว่า คณบดีช่างเป็นกันเองอย่างไม่น่าเชื่อ
เขาเงยหน้ามองฉินซานไห่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า แล้วเอ่ยปากถาม
“คณบดีฉิน คุณมาจัดการหานชิงอวี่ทีเถอะครับ”
“ผมสงสัยว่าตอนนี้เขาคงเสียสติไปแล้ว ถึงได้พูดว่าตัวเองเป็นหัวหน้าศัลยแพทย์”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ตลกสิ้นดี ตอนนี้คุณมาแล้ว หานชิงอวี่จะกล้าทำเรื่องอะไรอีก”
“แบบนี้ไม่ต่างจากการตบหน้าคุณเลยใช่ไหมครับ?”
เจี๋ยเป่าพอใจกับคำพูดของตัวเองมาก เขาแอบเหลือบตามองฉินซานไห่ ด้วยคาดหวังว่าคณบดีฉินจะโกรธ
เพราะคำพูดของเขา ทั้งแสดงถึงความเคารพที่มีต่อฉินซานไห่ แล้วยังโยนความขัดแย้งไปที่หานชิงอวี่อีกด้วย
ทั้งประจบประแจงและดูหมิ่นศัตรูไปในคราวเดียวกัน
ได้ประโยชน์สองต่อ
แต่ภาพที่เขาจินตนาการไว้ว่า ฉินซานไห่จะโกรธและหันไปมองหานชิงอวี่ก็ไม่ได้เกิดขึ้น
กลับกัน ฉินซานไห่มองมาที่เขาพร้อมกับยิ้มบาง ๆ
“อ๋อ เป็นอย่างนั้นเอง”
“การผ่าตัดครั้งนี้ หมอหานเป็นหัวหน้าศัลยแพทย์ ส่วนพวกเราที่อยู่ในที่นี้ ล้วนเป็นผู้ช่วย”
เพียงคำพูดเดียวก็ทำให้เจี๋ยเป่านิ่งอยู่กับที่
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!
ต้องรู้เอาไว้เลยนะว่าผู้ที่อยู่ในห้องผ่าตัดนี้ ยกเว้นเขาและหานชิงอวี่ ก็ล้วนอยู่ในระดับผู้อำนวยการหรือรองผู้อำนวยการทั้งนั้น!
แถมยังมีคณบดีอีกต่างหาก คนตำแหน่งสูงแบบนี้จะมาเป็นผู้ช่วยให้หานชิงอวี่งั้นเหรอ?!
ทำไมต้องให้โอกาสแบบนี้กับหานชิงอวี่ด้