็ไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรจะให้คนที่เคยหยิ่งยโสมาก่อนอย่างเขาทำงานให้คนอื่น คอยมองสีหน้าของคนอื่นแบบนั้นเขาทำไม่ได้แต่เมื่อก่อนหัวโตและเฝิงเผิงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ดังนั้นเฝิงเผิงจึงพึ่งพาเขาหลังจากที่เฉินเต๋อจุ้นกล่าวเช่นนั้น เขาก็กลับกลายเป็นคุณชายที่มีรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า และเดินกลับเข้าไปในห้องส่วนตัว“ขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องรอนาน”“นานที่ไหน ไม่นานเลย เฉินเต๋อจุ้น หลังจากที่พวกเราทานอาหารกันเสร็จแล้ว พวกเราจะไปเล่นอะไรกันดี?”อันอันไม่อยากกินอะไรแล้ว ดังนั้นเธอจึงถามขึ้นมา“โอ้ พวกเราไปร้องคาราโอเกะกันเถอะ”เฉินเต๋อจุ้นยิ้มออกมา ดีมากอันอัน พวกเราจะต้องออกไปที่ถนนกัน“ร้องคาราโอเกะเหรอ ตกลง”“เฮ้ ฉันไม่ได้ร้องเพลงมาหลายปีแล้ว คราวนี้ฉันจะง้างปากนายให้ได้”“เฮ้ พวกเราไม่ได้เจอกันง่าย ๆ สักหน่อย”คนอื่น ๆ ต่างพยักหน้าและตอบตกลง“พี่ใหญ่ฉินจะว่ายังไง…..”อู๋ซิ่นไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอหันไปขอความเห็นจากฉินเฉาก่อนเป็นอันดับแรกรายละเอียดเล็ก ๆ น้อยๆ แบบนี้ทำให้เฉินเต๋อจุ้นถูกไฟของความอิจฉาแผดเผาอยู่อีกด้าน“ไปสิ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่พวกเธอจะได้มาเจอกัน”ฉินเฉาเห็นว่าอู๋ซิ่นอยากไปกับพวกเขาวันนี้เขามาเป็นเพื่อนอู๋ซิ่น แน่นอนว่าจะต้องทำให้อู๋ซิ่นมีความสุข“ฉันรู้ว่าพี่ใหญ่ฉินเป็นคนดีที่สุด….. ฉันไปด้วยคน”อู๋ซิ่นยกมือแล้วกล่าวด้วยความดีใจถึงแม้ว่าเฉินเต๋อจุ้นจะถูกไฟแห่งความอิจฉาแผดเผาใจ แต่เมื่ออู๋ซิ่นตอ