ุคสมัยนี้“เป็นเพราะว่าธุรกิจร้านอาหารม่านถัวหลัวยุ่งมาก ฉันเลยผละออกไปไหนไม่ได้”อู๋ซิ่นจับหมวกของเธอแล้วกล่าวว่า “ตอนนี้ร้านอาหารม่านถัวหลัวเพิ่งจะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ฉันเป็นเจ้าของกิจการ ฉันจะออกไปได้ยังไง เรื่องมหาวิทยาลัยไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก รอให้ม่านถัวหลัวมั่นคงฉันก็จะบริจาคเงินให้กับมหาวิทยาลัยไหนสักที่ และเข้าไปในฐานะผู้ตรวจสอบบัญชี เท่านั้นฉันก็จะได้ประกาศนียบัตรเหมือนกัน”คำพูดของอู๋ซิ่นมีกลิ่นอายความเป็นนักธุรกิจอยู่ในนั้น“อืม แต่ฉันไม่เห็นด้วยที่เรื่องม่านถัวหลัวจะทำให้เธอต้องเข้าเรียนช้าลง”มือของฉินเฉาลูบไปที่สะโพกอันโดดเด่นของอู๋ซิ่นอย่างเป็นธรรมชาติ เขาลูบอยู่สองครั้งจนอู๋ซิ่นหน้าแดงและบิดเอวของเธอ“น่าเกลียด อย่าแตะสิ มีคนอยู่ที่นี่…..”“จะมีอะไรล่ะ เราเป็นสามีภรรยากันนี่”ฉินเฉายิ้ม แล้วกล่าวต่อไปว่า “ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เห็นด้วยเรื่องวิธีการศึกษาในมหาวิทยาลัย แต่การไปเรียนในมหาวิทยาลัยก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ถ้าหากเธอไม่ได้สัมผัสประสบการณ์นั้น หลังจากนี้เธอจะต้องเสียดายแน่นอน”“โอ้ ฉันรู้และฉันจะไปสัมผัสมันอย่างแน่นอน แต่ว่ายังไม่ใช่ตอนนี้ฉันปล่อยธุรกิจนี้ไปไม่ได้”อู๋ซิ่นเงยหน้าขึ้น เธอมองฉินเฉาด้วยสายตาเป็นประกายอย่างลึกซึ้งแล้วกล่าวว่า “พี่ใหญ่ฉินเป็นคนมอบม่านถัวหลัวให้ฉัน ฉันจะต้องดูแลมันให้ดีที่สุด”“อย่าเหนื่อยเกินไปเพราะมันเลย ถ้าหากเธอเป็นอะไรไป ฉันจะต้องเสียใจแน่”“