“จะพาตัวซวนหยวนเย่หยู่ไปก็ได้ แต่ว่าจะต้องทิ้งสมบัติเอาไว้ที่นี่”ตงฟางอิ๋งยืนอยู่ที่เดิมอย่างไม่ยอมอ่อนข้อให้เธอโบกมือเบา ๆ จากนั้นศิษย์ทุกคนบนยอดเขาหมอกก็เข้ามาล้อมรอบและขวางทางฉินเฉาเอาไว้ทุกทาง“ดูเหมือนว่าเธอต้องการที่จะบังคับพวกเราอย่างนั้นสินะ?”ฉินเฉากวาดสายตามองคนที่เข้ามาล้อมรอบ และหัวเราะเยาะออกมา“ข้ารู้ดี ว่าพวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า”ตงฟางอิ๋งกัดฟัน ดวงตาของเธอจ้องมองไปยังฉินเฉาอย่างมั่งคงและไม่สั่นไหว “แต่สมบัติของยอดเขาหมอกจะต้องอยู่ที่นี่! ถึงจะต้องตาย พวกเราก็จะไม่ยอมให้เอาตราประทับหมอกและตะเกียงตรวจจับวิญญาณออกไปไหน!”“หึ ๆ ถ้าเธอสามารถหยุดฉันได้ละก็นะ”ฉินเฉาประสานมือทั้งสองข้างเอาไว้และยืนอยู่นิ่ง ๆ ร่างกายของเขาราวกับมีแสงสว่างออกมา ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาเผชิญหน้ากับเขา“เธอคิดว่าจะสามารถหยุดฉันอย่างนั้นเหรอ?”“สำนักของข้าอาจจะไม่สามารถหยุดเจ้าเอาไว้ได้ แต่ในตอนนี้เจ้าเป็นศัตรูกับสำนักฝ่ายธรรมะทั้งหมดในใต้หล้าแล้ว สำนักอื่นจะไม่ยอมนั่งอยู่เฉย ๆ อย่างแน่นอน”เมื่อพูดเช่นนั้น เธอก็หันไปมองสำนักต่าง ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือแต่เจ้าสำนักทุกสำนัก รวมถึงแปดสำนักใหญ่ ต่างพากันมองหน้ากันไปมาอย่างมึนงง และไม่มีใครลุกขึ้นยืนเลยแม้แต่คนเดียวตงฟางอิ๋งรอคอยอยู่นาน จนในที่สุดเธอก็ยอมแพ้เธอมองไปยังสำนักต่าง ๆ เหล่านี้ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะพากันก่นด่าแต่ก็ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาต่อกรกับฉินเ