ยเขากอดอกและยิ้มออกมาอย่างเย็นชา “ตราประทับหมอกและตะเกียงตรวจจับวิญญาณเป็นสมบัติของตระกูลซวนหยวน และตอนนี้ทายาทของตระกูลซวนหยวนก็คือซวนหยวนเย่หยู่ แต่ซวนหยวนเย่หยู่มาเข้าร่วมกับนิกายหลัวซาของพวกเรา และกลายเป็นผู้อาวุโสของนิกายหลัวซาไปแล้ว นิกายหลัวซาของฉันไม่ได้ทำเรื่องไร้ยางอายกับยอดเขาหมอกอย่างแน่นอน แต่สมบัติของผู้อาวุโสซวนหยวนย่อมไม่เกี่ยวข้องกับคนอื่น ในเมื่อผู้อาวุโสซวนหยวนไม่เต็มใจที่จะมอบมันให้กับพวกท่าน ฉัน ฉินเฉาคนนี้ย่อมต้องปกป้องคนในนิกายของตัวเอง การพูดว่าฉกฉวยสมบัติไปมันช่างน่าหัวเราะจริง ๆ”“พูดจาไร้สาระเสียจริง!”ใครจะรู้ว่าเซียนตงฟางก็เป็นคนไม่มีเหตุผลเช่นกัน“คนในตระกูลซวนหยวนคือคนของยอดเขาหมอกมาตั้งแต่รุ่นสู่รุ่น! แม้ว่าพวกเขาจะทรยศยอดเขาหมอก แต่พวกเขาก็จะต้องทิ้งตราประทับหมอกและตะเกียงตรวจจับวิญญาณเอาไว้ที่นี่! สิ่งของของยอดเขาหมอก ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเอามันออกไปได้!”“ตาแก่คนนี้โผล่มาจากไหน ช่างพูดมากเสียจริง!”ในขณะนั้นเองหลัวหรูเมิ่งก็เดินเข้ามาด้วยอารมณ์หงุดหงิด เธอชี้ไปยังเซียนตงฟางแล้วกล่าวว่า “ตงฟางเต๋อ อย่าคิดว่าพอเจ้าแก่แล้วเจ้าจะมาพูดจ้อแบบนี้ได้ สมัยก่อนหญิงชราคนนี้เคยโจมตีเจ้าจนฟันหลุดไปแล้ว วันนี้หญิงชราก็จะทำให้เจ้าฟันหลุดอีกครั้ง!”“หละ หลัวหรูเมิ่ง!”เมื่อเห็นผู้หญิงคนนี้ปรากฏตัว เซียนตงฟางหรือตงฟางเต๋อก็สั่นเป็นเจ้าเข้าทันทีหากเมื่อก่อนเขาโดนข่มขู่แบบน