ดสีอย่างเย็นชา“เสียสติ? ฉินเฉา เจ้าขัดขวางข้ามาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ข้าเกลียดชังเจ้าจนอยากให้เจ้าตาย!”เฉินตงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน จากนั้นก็กล่าวเยาะเย้ยออกมา “แต่ข้าจะให้เจ้ามีชีวิตอยู่ไปก่อน เพื่อให้เจ้าได้เห็นว่าข้ารวบรวมโลกนี้ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน และกลายเป็นพระเจ้าสูงสุดได้ยังไง!”“เจ้ามันบ้าไปแล้ว!”“คนจากนิกายเหยียนลั่วฝันกลางวันอยู่หรือไง!”“น่าขันจริง ๆ หลงผิดคิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าของผู้ฝึกตน!”สำนักฝ่ายธรรมะทุกคนต่างดูถูกเหยียดหยามแต่เฉินตงไม่โกรธ เขาเพียงชี้นิ้วไปยังเย่อู๋ฉาง จากพันธมิตรชิงหง“เจ้า มาหาข้าซะ”“ไอ้ปีศาจ เจ้าเรียกข้าทำไม!”เย่อู๋ฉางขมวดคิ้ว จากนั้นเขาก็ตะโกนออกมาอย่างเย็นชา“หึ ๆ ไม่มีอะไร ข้าเดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อย รองเท้าของข้าก็เปรอะฝุ่นไปหมด ข้าที่เป็นคนรักความสะอาดก็เลยรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา เจ้ามาเลียรองเท้าของข้าให้สะอาดเสียสิ”“เจ้าพูดว่าอะไรนะ!”เย่อู๋ฉางคือเจ้าสำนักของพันธมิตรชิงหง ซึ่งนับว่าอยู่ในสถานะอันทรงเกียรติ แต่ตอนนี้เขาถูกเหยียดหยามให้ทำในสิ่งที่สุนัขทำ เขาจึงโกรธและอับอายมาก“ไอ้ปีศาจ เจ้าอยากตายหรือไง!”“ความอดทนของข้ามีไม่มากนัก”เฉินตงยิ้มออกมาบาง ๆ “ข้าจะให้นับหนึ่งถึงสามเพื่อให้เวลาเจ้า”“บังอาจนัก ปีศาจอย่างเจ้าคงเหนื่อยที่จะมีชีวิตอยู่!”“สาม!”“ข้าคือเจ้าสำนักผู้มีเกียรติ เจ้าอย่าได้ทำอะไรไร้สาระ!”“สอง!”“ข้า…..”“หนึ่ง!”เฉินตงนับนิ้วสุดท้ายลงไป จาก