เมื่อได้ยินฮ่าวเทียนตะโกนออกมาเสียงดังแบบนั้น ผู้ตัดสินทุกคนจึงหันไปมองหน้ากัน“ผู้ตัดสิน พวกท่านทั้งหมดที่นั่งอยู่ที่นั่น และเป็นเจ้าภาพในงานประลองหงเหมิน ไม่ได้สาบานว่าจะเป็นธรรมหรือไง!”ฮ่าวเทียนผายมือข้างเดียวที่เหลืออยู่นั้น “ตอนนี้ศิษยานุศิษย์หญิงของนิกายหลัวซาเล่นสกปรกอย่างเห็นได้ชัด พวกท่านหวาดกลัวอำนาจของนิกายหลัวซา จนไม่กล้าตัดสินเรื่องการทำผิดกฎอย่างไม่สมเหตุสมผลงั้นเหรอ?”“สหายฮ่าวเทียน คำพูดนี้จำเป็นจะต้องมีหลักฐานยืนยัน”ฉินเฉาลิ้มรสของชาอย่างช้า ๆ ในขณะที่พูด“ข้าพูดอย่างมีหลักฐานแน่นอน!”ฮ่าวเทียนไม่พอใจเป็นอย่างมาก “ถ้าหากไม่ผ่านพ้นขั้นกายทองคำชั้นที่เจ็ดไปแล้ว เธอจะมีความเร็วขนาดนี้ได้ยังไง อาจารย์อาโม่ของข้ามีพื้นฐานการฝึกตนอยู่ในขั้นกายทองคำชั้นที่เจ็ด ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกัน เป็นไปได้ยังไงที่เขาจะมองไม่เห็นความเร็วของผู้หญิงคนนี้”สีหน้าของโม่เทียนหยาดูค่อนข้างที่จะอึดอัดใจเล็กน้อยเขาดึงตัวฮ่าวเทียนเอาไว้ทันที เพื่อต้องการให้เขาหยุดพูดแต่ฮ่าวเทียนไม่เข้าใจความหมายของอาจารย์อา เขายังคงพูดต่อไปด้วยเสียงอันดังลั่น“ถ้าเจ้าบอกว่ามันไม่ใช่การข้ามผ่านเขตแบ่งระดับ แล้วมันคืออะไร!”“หึ ๆ ฉันควรจะพูดดีหรือเปล่าว่านายคือกบในกะลาในตำนาน?”ฉินเฉาค่อย ๆ วางถ้วยชาในมือลงตรงหน้า แล้วกล่าวพร้อมรอยยิ้ม“จะ เจ้าใส่ความข้า!”“ฉันไปใส่ความนายเหรอ?”ฉินเฉาหัวเราะออกมา “นายเป็นศิษย์ที่บกพร่องของ