“จะ เจ้ารอเดี๋ยวก่อน!”ซุนหลานซินเห็นว่าจ้าวจิงจิงพร้อมที่จะต่อสู้ และกำลังจะเดินเข้ามา เธอจึงกล่าวขึ้นมาทันที“เป็นอะไร เธอมีอะไรจะพูดงั้นเหรอ?”จ้าวจิงจิงหยุดฝีเท้า และมองดูผู้หญิงที่แต่งตัวแบบโบราณคนนี้“ขอบอกเจ้าเอาไว้ คนจากนิกายหลัวซา อย่าคิดว่าถ˺าเมฆาม่วงของพวกเราจะกลัวพวกเจ้า!”ซุนหลานซินเอามือข้างหนึ่งเท้าเอว อีกมือถือผ้าแพรสวรรค์เอาไว้และกล่าวกับจ้าวจิงจิงเสียงดังลั่น “ถึงการฝึกฝนของข้าจะด้อยกว่าเจ้าแต่ข้าก็ไม่กลัวเจ้าแน่นอน! คนของถ˺าเมฆาม่วงล้วนแต่เป็นจอมยุทธที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ คนตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเจ้าก็ไม่อาจจะมาเทียบเคียงได้!”“ดูสิ ดูศิษย์น้องของพวกเจ้าสิ!”เจ้าสำนักถ˺าเมฆาม่วงหลั่งน˺าตา พร้อมกับชี้ไปยังซุนหลานซินที่ยืนอยู่บนเวทีการประลอง แล้วกล่าวกับเหยียนจื่อหยูและหลี่ปัวที่ถูกโจมตีกลับมา “นี่สิถึงจะเป็นแบบอย่างที่ดีของถ˺าเมฆาม่วงของพวกเรา! แล้วดูพวกเจ้าทั้งสองคน อาจารย์ละอายใจที่จะพูดจริง ๆ!”“อาจารย์ พวกเราผิดไปแล้ว…..”หลี่ปัวและเหยียนจื่อหยูร้องไห้ออกมาด้วยความขมขื่น และตัดสินใจที่จะกลับตัวกลับใจ “พวกเราจะเรียนรู้จากศิษย์น้อง สละชีวิตเพื่อสัจธรรม ก้าวไปข้างหน้าโดยไม่เกรงกลัวอุปสรรค!”“ดีมาก ถึงแม้ว่าจะแพ้ แต่อาจารย์ก็ยังรู้สึกยินดี! ในอนาคต สำนักจะขึ้นอยู่กับคนรุ่นหลังอย่างพวกเจ้า!”เจ้าสำนักถ˺าเมฆาม่วงและศิษย์ทั้งสองคนรวมพลกันแต่ในขณะนั้นเอง ซุนหลานซินก็กล่าวออกมาด