ู้นี้นับว่ามีฝีมืออยู่บ้าง”หลัวหรูเมิ่งกล่าวเธอมองฉินเฉาและพูดต่อไปว่า “แต่พื้นฐานการฝึกตนของเจ้ายังอ่อนแอเกินไป ที่จริงแล้วเจ้าอยู่ในขั้นกายทองคำชั้นที่สองเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าเจ้าใช้วิชาอะไร ถึงสามารถเข้าสู่ขั้นประกายแสงระดับแรกได้ หากจะบอกว่าใช้วิชาอัญเชิญเก้าเร้นลับ แต่วิชานั้นก็ไม่ได้มีพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ช่างน่าสนใจจริง ๆ”“ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าฉันอยู่ในขั้นประกายแสงระดับแรก เธอก็ยังต้องการที่จะฆ่าฉันอยู่งั้นเหรอ? ดูเหมือนว่ามันจะไม่ง่ายเลยนะ”ฉินเฉากล่าว“จะไปยากอะไร”หลัวหรูเมิ่งหัวเราะเสียงเบา แต่น่าเสียดายที่มันเป็นการหัวเราะเยาะฉินเฉารู้สึกเสียดายเล็กน้อย เขาอยากเห็นผู้หญิงคนนี้ในยามที่เธอหัวเราะจริง ๆ“อย่าได้คิดถึงมันเลย”หลัวเต๋อบอกฉินเฉา “แม้แต่ข้าก็ยังไม่เคยเห็น น้องสาวของข้า นางเป็นคนที่ไม่เคยหัวเราะออกมา”“นั่นไม่น่ากลัวเกินไปหน่อยหรือไง”“ซะที่ไหนกันล่ะ”หลัวเต๋อเตือนฉินเฉา “ยังมีสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านี้ ในตอนนี้เธอเต็มไปด้วยอารมณ์แค้น เจ้าต้องระวังตัวให้ดี”“รู้แล้ว”ฉินเฉาคิดในใจว่านี่คือคำเตือนของผีชรา ฝ่ายตรงข้ามอยู่ในขั้นเนื้อเซียนถ้าหากเขาต้องการที่จะเอาชนะเธอ น่ากลัวว่าจะต้องใช้จิตก่อเกิดแต่บนยอดเขาหมอกแห่งนี้ นับว่าเขาอยู่ในสถานการณ์วิกฤตไปเสียทุกที่ มันน่าเสียดายถ้าหากจะเสียจิตก่อเกิดไป“ฉินเฉา พวกเราจะต่อสู้เคียงข้างกับนาย”ในขณะนั้นเอง ซูจีได้วางตัวฉินอิงที่อย