คำพูดของฉินเฉาได้กระตุ้นความสงสัยของคนอื่น ๆโดยเฉพาะเย่อู๋ฉาง เขายิ้มหัวเราะด้วยความดูถูกเหยียดหยามดังขึ้น“ฉินเฉาเอ๋ยฉินเฉา เจ้าคุยโวโอ้อวดเสียจริง”เย่อู๋ฉางนั่งอยู่บนเกี้ยว แขนทั้งสองข้างของเขาผายไปยังบรรดาศิษย์ในพันธมิตรชิงหง แล้วกล่าวว่า“ข้ายอมรับว่าพลังของเจ้านั้นแข็งแกร่งและมีเขตระดับที่สูงส่งมาก ด้วยความสามารถเฉพาะบุคคล ข้านับว่ายังด้อยกว่าเจ้า แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าดูให้ดีสิ คนที่อยู่รอบ ๆ นี้คือศิษย์ในพันธมิตรชิงหงพลังของพวกเขาแข็งแกร่งกว่านิกายหลัวซาของเจ้าเป็นร้อยเท่าพันเท่า”เมื่อฉินเฉาได้ยินเรื่องนี้ก็ยิ้มออกมาอย่างเย็นชา “ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็จะได้รู้กันหลังจากประมือ”“กองทัพของพันธมิตรชิงหง จงไปสร้างสงครามศักดิ์สิทธิ์กับมารร้ายผู้นี้!”เย่อู๋ฉางแสดงเกียรติยศศักดิ์ศรีของสำนักของตน เขาปลุกระดมให้ศิษย์บุกเข้าไปโจมตีกลุ่มคนในพันธมิตรชิงหงมีด้วยกันอยู่มากกว่า 20 คน แต่ละคนล้วนเป็นผู้ที่มีความสามารถในสำนัก หลังจากที่พวกเขาได้ยินผู้เป็นเจ้าสำนักสั่งการ ก็รีบพุ่งเข้าไป พร้อมกับหยิบอาวุธของตนเข้าทักทายกับศิษย์ในนิกายหลัวซาในทันใดนั้น ที่นี่ก็มีสีสันและมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันทีอาวุธของศิษย์ในพันมิตรชิงหงนั้นส่วนใหญ่จะเป็นมีดสีทองเล่มเล็ก ๆ มีดเหล่านั้นลอยพุ่งออกไป ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็น 18 อาวุธที่ใช้ในการฝึกฝนการใช้อาร์ติแฟคของพวกเขาเมื่อเห็นว่าคนของพันธมิตรชิงหงพุ่งเข้าไปแล้ว คนในแปดส