ัวชิงหลินไม่เข้าใจความหมายของชื่อนี้“มันคือส่วนประกอบคำของตัวอักษรแรกของชื่อเธอ และส่วนหลังของตัวอักษรสุดท้ายไง”ฉินเฉาเตือนเธอ“โอ้!”ทันทีที่หลัวชิงหลินเข้าใจความคิดของฉินเฉา ใบหน้าเธอก็กลายเป็นสีแดง “นายรู้จักออดอ้อนฉันด้วยเหรอ”“ไม่ชอบเหรอ?”“ชอบสิ…”“ถ้าเธอชอบก็ชวนฉันไปกินข้าวสิ”ฉินเฉากล่าวพร้อมรอยยิ้ม“ไม่สิ นายควรจะเป็นฝ่ายชวนสาวสวยสิถึงจะถูก ฉันจะให้โอกาสนายชวนฉันไปกินข้าว!”หลัวชิงหลินกล่าวพลางยิ้มแย้ม“ดีล่ะ พวกเราไปกินหม่านฮั่นฉวนสีกันดีกว่า”“ไม่ไปหรอก ฉันไม่อยากกินสมองลิง”“เธอคิดว่าเป็นหม่านฮั่นฉวนสีจริง ๆ เหรอ ฉันหมายถึงว่ามีวัตถุดิบเต็มโต๊ะและใส่หัวไชเท้าแห้งสองหัวต่างหาก หม่านฮั่นฉวนสี!”“ไปให้พ้นเลย!”ทั้งสองคนมองหาร้านอาหารและส่งเสียงดังกันไปตลอดทางแต่ในขณะเอง ผู้ฝึกตนกำลังเจออุปสรรคมากมายในทั่วทุกสารทิศเป็นเพราะว่างานประลองหงเหมินกำลังจะถูกจัดขึ้นในไม่ช้า ทั้งสำนักฝ่ายธรรมะ และผู้คนจากเส้นทางปีศาจต่างก็กำลังเตรียมตัวเพื่อการนี้งานประลองหงเหมินในปีนี้ค่อนข้างต่างออกไปจากเดิมเล็กน้อยในอดีตเป็นการประลองของสำนักฝ่ายธรรมะ เพื่อที่จะตัดสินว่าสำนักไหนที่จะเป็นสำนักธรรมะอันดับหนึ่งแต่ในปีนี้ยอดเขาหมอกได้กำหนดกฎกติกาเอาไว้ว่านิกายจากเส้นทางปีศาจสามารถเข้าร่วมในงานประลองได้และนิกายจากเส้นทางปีศาจที่ได้รับเชิญ ก็คือนิกายหลัวซาในหกนิกายจากเส้นทางปีศาจคาดว่านอกจากพวกเขาแล้ว นิกายปีศาจอื่