ู่เคียงข้างฉินเฉาได้ มันก็เพียงพอแล้วเธอไม่มีความปรารถนาที่จะครอบครองฉินเฉาผู้ชายคนนี้ไม่ใช่มนุษย์ แค่ได้อยู่ข้างกายเขาก็นับว่าเป็นโชคชะตาที่ดีแล้วเธอเป็นเพียงอสูร ไม่อาจไปเทียบกับเฉินชิง หรือนางเซียนหยวนเมิ่งจากสำนักธรรมะเหล่านั้นได้“อามิตตาพุทธ… ศิษย์พี่ของเจ้าช่างดีเหลือเกิน…..”ฝ่าเซียงที่มองจากด้านข้างอดพูดออกมาไม่ได้“ทำไม นายอยากจะลองมีสามพระตำหนักหกเรือน ให้ฉันได้เป็นหัวหน้าในฮาเร็มของนายอย่างสบายใจบ้างหรือไง?”ไป๋เจี่ยวเจียวเลิกคิ้ว“ไม่กล้า!”ฝ่าเซียงส่ายหัวไปมาราวกับกลองป๋องแป๋ง“ไม่กล้าน่ะถูกแล้ว นายไม่ได้รับอนุญาตให้เรียนรู้จากฉินเฉา ต่อไปก็อย่าไปยุ่งกับผีนอกใจตัวนั้นอีก!”“ใช่ ๆ ๆ ฉันรู้แล้ว…..”ฉินเฉามองฝ่าเซียงผู้กลัวเมีย ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยอารมณ์โชคดีที่เขาไม่มีผู้หญิงอย่างไป๋เจี่ยวเจียวอยู่ในครอบครัวไม่อย่างนั้นชีวิตทั้งชีวิตของฉินเฉาคงพังทลายเมื่อทุกคนทานอาหารกันเสร็จแล้ว ไป๋เจี่ยวเจียวก็ตะโกนร้องเพลงคาราโอเกะอีกครั้ง ฮัวเหนียงถอนหายใจออกมา ศิษย์น้องของเธอคนนี้เหมือนผู้หญิงในเมืองมากขึ้นทุกวันพวกเขาพากันออกไปจากโรงแรม และกำลังจะโบกรถ แต่ผู้ชายที่ใส่เสื้อผ้าฝ้ายกลับรีบเดินเข้ามาและชี้ไปที่รถสามล้อที่อยู่ริมถนนเสียก่อน“น้องชาย กินเนื้องูมั้ย?”