บนยอดเขาหมอกแห่งนี้มีชีวิตชีวามาก ฉินเฉามองไปรอบด้าน เมื่อผู้ฝึกตนทั้ งหลายต่างพากันมาร่วม แสดงความยินดีด้วยความเบิกบาน ในใจของเขาก็คิดเย้ยหยันอย่างอด ไม่ได้ มีชีวิตชีวากันเข้าไป ตอนนี้ยิ่ งมีชีวิตชีวากันมากเท่าไหร่ก็ยิ่ งดีมาก เท่านั ้ น เพราะหลังจากวันนี้ไปอีกหนึ่งวัน ที่นี่จะยิ่ งมีชีวิตชีวามากขึ ้นไปอีก “ท่านอาจารย์ ที่นี่ยอดเยี่ยมจริง ๆ” นี่เป็นครั้ งแรกที่หลี่เหว่ยหลงได้มาเหยียบบนยอดเขาหมอก เมื่อ เขาเห็นสํานักที่ใหญ่โตและห้องโถงที่งดงามก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา “ใช่ ที่นี่ใหญ่กว่าสํานักเซียนทองคําของเราตั ้ งสิบเท่า!” เหมยหย่าตะโกนออกมาด้วยความประหลาดใจ ดวงตาสีดําของ เธอมองไปมารอบ ๆ เพื่อหวังจะเห็นทิวทัศน์ทั้ งหมดของยอดเขาหมอก แห่งนี้ “ยอดเขาหมอกแตกต่างไปจากสํานักเซียนทองคําของพวกเรา” ไป๋เย่เห็นว่าสีหน้าของไป๋เจิ้ งดูไม่ดีนัก เธอจึงรีบพูดออกมาว่า “ยอดเขาหมอกเป็นสํานักใหญ่ที่ก่อตั้ งมานานหลายพันปี ในหลายพันปี นี้พวกเขากลืนกินสํานักเล็ก ๆ เข้าไปเรื่อย ๆ และขยายสํานักของตัวเอง จนใหญ่โตอย่างในทุกวันนี้ จนได้กลายเป็นหนึ่งในแปดสํานักเส้นทาง ธรรม แต่สํานักเซียนทองคําของพวกเราก่อตั ้ งมาได้ร้อยปี หากเจ้าหมั่ น ฝึกฝนจนพัฒนาไปอย่างช้า ๆ บางทีพวกเราอาจจะได้กลายเป็นสํานัก ใหญ่เช่นนี้เหมือนกัน” “พระพุทธเจ้าตรัสว่าให้อยู่ในความสมเหตุสมผล” เมื่อไป๋เจิ้ งได้ยินดังนั้ นเขาก็รู้สึกสบายใจขึ้ นมา