ค่ายกลดาบม่อเตาจัดกระบวนทัพเป็นระเบียบ แถวทหารตระหง่านเงื้อมดุจผืนป่า ทะมึนน่าเกรงขามดั่งกำแพงผา พลันขยับเขยื้อนยามทหารม้าเทียนหยวนควบตะบึงเข้าประชิด
“สังหาร”
หยางเจียนีตระหง่านอยู่แนวหน้าตวาดก้อง แม้เผชิญหน้าทหารม้าผู้เป็นราชันแห่งสมรภูมิที่พุ่งทะยานเข้าใส่ นางและเหล่านักรบหาได้ถอยร่น กลับก้าวสวนทะลวงไปข้างหน้า
รองเท้าศึกเหล็กกล้ากระทืบพื้นดุดัน เสียงกระแทกเลื่อนลั่น ฝุ่นดินแตกกระจาย ลาดเนินหญ้าสั่นสะเทือน
ดาบม่อเตายาวหนึ่งจั้งสองฉื่อหมุนควงรอบเอวรวบรวมพละกำลัง วินาทีที่ม้าศึกพุ่งประชิดหมายบดขยี้ ดาบยักษ์พลันเงื้อขึ้นสูง ก่อนฟาดฟันลงมาอย่างเหี้ยมเกรียมชิงจังหวะสังหาร
ชั่วพริบตา แสงตะวันพลันหม่นหมอง ทิวเขาเลือนรางไร้สีสัน เบื้องหน้าปรากฏเพียงประกายคมดาบขาวโพลนดุจเกล็ดเหมันต์พุ่งทะยาน และหยาดโลหิตแดงฉานสาดกระเซ็นดั่งดวงดารา
ทหารม้าชั้นยอดที่เคยไร้พ่ายยามบุกทะลวงค่ายทหารราบ ครั้นอยู่เบื้องหน้าค่ายกลดาบม่อเตาของหยางเจียนี เสียงฝีเท้าตึกตักพลันเงียบกริบ ขบวนทัพม้าที่ควบตะบึงอย่างบ้าคลั่งพังทลายครืน
ทั้งคนทั้งม้าล้วนขาดสะบั้นเป็นสองท่อน
ม่านเลือดระเบิดสาดกระจายดุจสาดน้ำหมึก เครื่องในแดงฉานทะลักก