คนกลุ่มนี้สวมใส่เสื้อคลุมสีน˺าเงิน ทุกคนล้วนดูน่าประทับใจเป็นอย่างมากโดยเฉพาะชายอายุประมาณสี่สิบปีที่เดินนำหน้ามา แม้ว่าความสูงของเขาจะเหมือนคนแคระ ซึ่งสูงประมาณ 160 เซนติเมตร แต่ใบหน้าของเขาก็ยังรักษาความเย่อหยิ่งเอาไว้และเมื่อพวกเขามองเห็นคนในสำนักเซียนทองคำอยู่ไกล ๆ ดวงตาของเขาก็ฉายประกายแปลก ๆ ออกมาทันที“หึ ๆ นี่ไม่ใช่สำนักเซียนทองคำเหรอไง ไม่ได้พบกันนานทีเดียว”“ที่แท้ก็เป็นเจ้าสำนักหลงโหยว ไม่ได้พบกันนานเลย”ไป๋เจิ้งโค้งคำนับและประสานมือให้อีกฝ่ายอย่างสุภาพศิษยานุศิษย์ก็ทำตามอาจารย์เช่นเดียวกัน แต่ใบหน้ากลับดูไม่เต็มใจนัก ไป๋เย่พ่นลมออกจากจมูกอย่างเย็นชา พร้อมมองด้วยสายตาหยามเหยียด“ไม่ได้พบกันนานถึงเพียงนี้ น้องสาวของท่านก็ยังคงเป็นตัวของตัวเองอยู่เช่นเคย”เจ้าสำนักผู้นั้นยิ้มออกมาและกล่าวเสียดสีทุกคนว่า “นิสัยเช่นนี้ไปทำให้เสี่ยวจู่เป่ยถังโปรดปรานได้ยังไงกัน”“เจ้า!”ไป๋เย่รู้สึกมีหนามทิ่มแทงใจ เธอโกรธมากจนอดที่จะชักกระบี่ของเธอออกมาไม่ได้เธอชักกระบี่ออกมาด้วยความรู้สึกไม่ดีเช่นเดียวกับศิษย์หลาย ๆคน กระบี่เล่มยาวถูกดึงออกมาจากฝักและเปล่งแสงสีทองแพรวพราวทันที“หยุดเดี๋ยวนี้ เจ้าไม่เห็นอาจารย์อยู่ในสายตาของเจ้าแล้วหรือไง!”ไป๋เจิ้งจ้องเขม็ง เหล่าศิษย์ที่น่ารักก็แสนซื่อตรง เก็บกระบี่ของตนและยืนอยู่นิ่ง ๆ“หึ ๆ เจ้าสำนักไป๋ช่างควบคุมตัวเองได้ดี”เจ้าสำนักผู้นั้นยิ้มออกมาอย่างมีความสุข “ย