วว่าข้าจะโกรธแล้วฆ่าเจ้าหรือไง?”“ผมพูดเอาไว้แล้วว่าผมไม่กลัวความตาย”เสี่ยวไป๋กอดอก “แต่ถึงผมจะตายก็เกรงว่าฉินเฉาจะไม่ตายไปด้วยแล้วถ้าเขาไม่ตาย ความโชคร้ายก็คงตกอยู่ที่พวกเราทั้งสองฝ่าย”“เจ้าสำคัญตัวเองมากไปแล้ว”อูมาเยาะเย้ย “ถึงข้าจะฆ่าเจ้าให้ตาย สเกลตันของเจ้าก็ยังต้องพึ่งพาคริสตจักรโรมันอยู่ดี”“แต่ผมไม่คิดแบบนั้น”เสี่ยวไป๋มีความมั่นใจในตัวเองมาก “บอสของพวกเราเป็นคนที่รักศักดิ์ศรี ถ้าท่านทำแบบนั้นสเกลตันคงได้ต่อสู้กับท่านจนตกตายไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย และถ้าหากไม่มีแผนการของพวกเราก็คงจะเป็นเรื่องยากที่ท่านจะหาทางกำจัดฉินเฉา”“ข้าเกลียดคนที่มาต่อรองกับข้า”อูมากล่าวออกมาอย่างเย็นชา“นี่ไม่ใช่การต่อรอง แต่ผมหวังว่าท่านจะเห็นถึงความจริงใจของพวกเรา พวกเรามาพูดคุยกันอย่างเปิดเผยและจริงใจ ทิ้งทิฐิของทั้งสองฝ่ายเอาไว้เพื่อร่วมมือกันกำจัดวิหารแห่งความมืดและนิกายหลัวซาไม่ดีกว่าเหรอ?”เอลโมที่อยู่ข้าง ๆ พยักหน้า“ตกลง ข้าจะยอมอดทนกับพวกเจ้าไปอีกสักพัก”อูมายอมอ่อนข้อลงให้กับคำพูดของเสี่ยวไป๋เมื่อเขานึกถึงฉินเฉา เขาก็แทบจะข่มความโกรธเอาไว้ไม่ได้แต่เขาควรจะหยุดมันเอาไว้ก่อน เขาควรจะพูดเรื่องการกำจัดฉินเฉาเป็นอันดับแรกจากนั้นจึงค่อยจัดการกับสเกลตันที่แสนสกปรกอย่างสบายใจดังนั้นเขาจึงจะต้องอดทนเอาไว้ก่อน“พวกเรามาพูดคุยเรื่องแผนการนี้กันเถอะ”เมื่อได้ยินอูมาเอ่ยออกมาเช่นนี้ ทุกคนก็โล่งอกเอลโมลูบหน้าอกของตั