“ใครอยากจะไปคุยกับเด็กไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างเธอ!”หลี่ถงยืนเท้าเอวและกล่าวด้วยความเย่อหยิ่งว่า “ฉันจะรอคุยกับผู้ปกครองของเธอว่าเขาสอนลูกมายังไง ถึงได้มารังแกคนอื่นตั้งแต่อายุยังน้อยแบบนี้ แล้วในอนาคตเธอจะเป็นยังไง?”เสียงตะโกนของหลี่ถงดึงดูดความสนใจของผู้คนที่อยู่รอบ ๆ พวกเขาสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้ตะคอกใส่เด็กด้วยเรื่องอะไรคุณครูในโรงเรียนอนุบาลเองก็อยากเข้าไปเกลี้ยกล่อมเช่นกัน แต่ความหยาบคายและไร้เหตุผลของหลี่ถงผู้นี้ก็เป็นที่เลื่องลือ ทำให้ทั้งคุณครูหรือผู้ปกครองคนอื่น ๆ ต่างไม่มีใครที่จะกล้าเข้าไปยั่วยุเธอครั้งล่าสุดที่ลูกชายของเธอไม่ยอมกินข้าวและจะกินแต่ขนม แต่คุณครูไม่เห็นด้วยเพราะการกินแต่ขนมนั้นไม่ดีต่อพัฒนาการทางร่างกายของเด็ก ลูกชายของเธอจึงกลับบ้านไปฟ้องเธอว่าคุณครูไม่ยอมให้เขากินจากนั้นหลี่ถงคนนี้ก็มาโวยวายถึงโรงเรียนราวกับเป็นซุนหงอคงในไซอิ๋ว หลังจากนั้นแม้แต่อาจารย์ใหญ่เอง เมื่อเจอเธอก็ต้องรีบเดินหนี“คุณป้าท่านนี้ ก่อนที่คุณป้าจะพูดอะไรหนูอยากให้คุณป้าเข้าใจความจริงก่อน”ในใจของฉินอิงไม่ถือโทษโกรธคุณป้าคนนี้เลย เธอยืนกุมมือของเธอเอาไว้ราวกับเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อยแล้วกล่าวว่า “คุณป้าจะคิดว่าเขาเป็นฝ่ายถูกต้องเพราะเขาร้องไห้ไม่ได้นะคะ ร้องไห้แบบนี้หนูเองก็ทำได้ในวัยของพวกเราถึงไม่อยากร้องไห้ก็ยังต้องร้องออกมา”เธอกล่าวก่อนจะเช็ดน˺าตาให้เสี่ยวเจิ้งไท่ “เป็นผู้ชายเขาไม่มาร้องไห้กันห