ปทีละขั้นการจะขึ้นไปบนชั้น 11 นั้น โชคดีที่ฉินเฉาเป็นผู้ฝึกตน เขาส่งพลังลมปราณไปยังฝ่าเท้าและเดินราวกับกำลังเหาะ ก่อนจะหันไปและวิ่งขึ้นไปบนอาคารที่ขั้นบันไดเองก็มืดเช่นกัน ฉินเฉาเปิดดวงตาก่อนโลกทั้งใบจะพลันสว่างขึ้นมา“อืม… ที่นี่มืดจัง… ใครปิดไฟน่ะ! เปิดไฟให้ผู้หญิงคนนี้! ชิซิน ไปเปิดไฟสำนักงานที! ฉันมองงานของฉันไม่เห็นแล้ว”หลี่เสวี่ยที่อยู่บนหลังของฉินเฉารู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่เธอมองอะไรไม่เห็นเลยจึงตะโกนออกมา“ให้ตายเถอะ ชิซิน เธอกล้าไม่ฟังฉันอย่างนั้นเหรอ… ไล่ออก ไล่ออก! ไล่ออกให้หมด! ถึงแม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะอยู่คนเดียวก็ยังสามารถประคองบริษัทได้! ให้ตายเถอะ เธอก็เหมือนกับฉินเฉาคนสารเลวที่เห็นผู้หญิงคนนี้เป็นแค่ตัวตลก! ฉัน ฉัน ถึงฉันจะเป็นแม่ม่าย แต่ฉันก็ประคองบริษัทมาได้ทั้งวัน!”หลี่เสวี่ยตีหลังของฉินเฉาไม่หยุด ทำให้ฉินเฉารู้สึกห่อเหี่ยวขึ้นมาดี ดื่มไวน์นี้เข้าไปหลี่เสวี่ยก็สับสนไปหมดแล้วแล้วยังจะให้ชิซิน… ฮึ่ม สาวน้อยคนนี้เองก็คงกล้าดื่มและตะโกนเหมือนกันอย่างไรก็ตามเมื่อดูแล้วเธอคงจะรู้สึกกดดันมากจริง ๆ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ดื่มไปมากขนาดนี้และพูดแบบนี้ออกมาเขาไม่อยากช่วยเธอและช่วยไม่ได้จริง ๆ คนที่ต้องการความช่วยเหลือนั้นมีมากมายเกินไปฉินเฉาเป็นคนขี้เกียจคนหนึ่ง เขาชอบชีวิตที่เรียบง่ายของเขา เขาไม่อยากมาคิดถึงเรื่องยุ่งยากหลาย ๆ เรื่อง ดังนั้นทั้งเสี่ยวไป๋และโม่หลิงเลยต้องทำงานอย